ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2549

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม ขึ้นอยู่กับเจตนาและลักษณะการกระทำ มิใช่จำนวนผู้เสียหาย

หลักกฎหมาย

การกระทำความผิดฐานหลอกลวงหรือฉ้อโกง จะเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม ต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำว่ามุ่งให้เกิดผลต่อผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวหรือหลายครั้ง มิได้พิจารณาจากจำนวนผู้เสียหายเพียงอย่างเดียว

คำวินิจฉัย

การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมรวม 3 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุกคนละ 15 ปี จำเลยที่ 2 ลดโทษหนึ่งในสี่คงจำคุก 11 ปี 3 เดือน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองร่วมกันหลอกลวงกู้ยืมเงินผู้เสียหาย โดยแบ่งกลุ่มผู้เสียหายออกเป็น 3 กลุ่ม กระทำต่างวันเวลาและสถานที่กัน โดยเจตนาให้เกิดผลแยกต่างหากจากกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2549พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นางเพ็ญ ถึกกวย กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 341, ม. 343, ม. 91 พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 การกระทำความผิดฐานหลอกลวงหรือฉ้อโกงผู้เสียหายทั้งสิบและประชาชน โดยสภาพแห่งการกระทำเป็นการกระทำต่อบุคคลหลายคนซึ่งอาจกระทำต่อบุคคลเหล่านั้นต่างวาระกันได้ แต่ที่จะเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมสำหรับความผิดฐานนี้ย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำที่มีเจตนามุ่งกระทำเพื่อให้เกิดผลต่อผู้เสียหายหรือประชาชนเพียงครั้งเดียวหรือหลายครั้ง มิได้พิจารณาจากจำนวนของผู้เสียหายหรือประชาชนที่ถูกหลอกลวงแต่ละคนเพียงอย่างเดียว เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองหลอกลวงกู้ยืมเงินผู้เสียหายทั้งสิบเป็นคนละวันเวลาและในสถานที่ต่างกัน จะถือว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด 10 กระทง หาได้ไม่ แต่การที่จำเลยทั้งสองหลอกลวงกู้ยืมเงินผู้เสียหายที่ 1 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 กลุ่มหนึ่ง จากนั้นได้แบ่งแยกหน้าที่กันทำในลักษณะเดียวกันโดยจำเลยที่ 1 หลอกลวงกู้ยืมเงินผู้เสียหายที่ 2 ที่ 5 และนาง ม. กลุ่มหนึ่ง และจำเลยที่ 2 หลอกลวงกู้ยืมเงินผู้เสียหายที่ 3 ที่ 8 ที่ 9 ที่ 10 นาย ล. นางสาว ช. และนาย ช. อีกกลุ่มหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำการหลอกลวงผู้เสียหายและประชาชนต่างกลุ่มต่างเวลาและสถานที่กันโดยเจตนาให้เกิดผลต่อผู้เสียหายและประชาชนแต่ละกลุ่มแยกต่างหากจากกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดหลายกรรม รวม 3 กระทงโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 341, 343, 83, 91 พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 9, 12 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนต้นเงินกู้ที่จำเลยทั้งสองฉ้อโกงไป 18,825,0