ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2549

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2549นางลำพันธ์ อิ่มเต็มหรือชรินทร์โจทก์นางบุษบา ไชยเชษฐ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 159, ม. 175, ม. 176จำเลยที่ 1 หลอกลวงโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินให้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาจำนองที่ดินไว้กับจำเลยที่ 2 นิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลฉ้อฉลของจำเลยที่ 1 เป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 159 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 ร่วมรู้เห็นด้วยกับการกระทำของจำเลยที่ 1 นิติกรรมจำนองระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 จึงตกเป็นโมฆียะ โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกล้างได้ตามมาตรา 175 และการที่โจทก์ฟ้องคดีถือได้ว่าเป็นการบอกล้างแล้ว นิติกรรมจำนองระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 176โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 25080 เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2537 โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 1 และมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้ยึดถือไว้เป็นประกัน ต่อมาโจทก์ชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 ครบแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ไม่คืนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์ไปตรวจสอบที่สำนักงานที่ดินพบว่า มีรายการโจทก์จดทะเบียนจำนองไว้แก่จำเลยที่ 2 ในสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินทั้ง ๆ ที่โจทก์ไม่เคยทำสัญญาจำนองกับจำเลยที่ 2 โจทก์ขอให้จำเลยที่ 2 ไถ่ถอนจำนองและให้จำเลยทั้งสองคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์และพิพากษาว่าสัญญาจำนองดังกล่าวเป็นโมฆะ ให้จำเลยที่ 2 ไปจดทะเบียนเพิกถอนการจำนองหากไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์กู้ยืมเงินจำเลยที่ 2 จำนวน 150,000 บาท โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินตามฟ้องเป็นประกันและมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ค้ำประกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพาก