ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5236/2549

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5236/2549นางสำลี พิมายนอก กับพวกโจทก์นางสมบูรณ์ จันทร์เปล่งจำเลย ป.อ. ม. 172การกระทำของโจทก์กับพวกเป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจได้ว่าเป็นการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ และทำให้เสียทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตรงตามสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่วนการกระทำของโจทก์จะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่จำเลยแจ้งหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะการแจ้งข้อความย่อมหมายถึงแจ้งเฉพาะข้อเท็จจริงไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย แม้ต่อมาพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินคดีแก่โจทก์ตามที่จำเลยแจ้ง และพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีโจทก์ ก็ยังถือไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งนั้นเป็นความเท็จ คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลโจทก์ทั้งสองฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรวิชัยว่า โจทก์ทั้งสองเข้าไปตัดต้นไม้ในที่สาธารณประโยชน์โคกป่าช้า ทำให้เสียทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำผิดดังกล่าวเกิดขึ้น แต่เพื่อแกล้งให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายและได้รับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 173, 174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนมูลฟ้องได้ความว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2543 เวลาประมาณ 14 นาฬิกา โจทก์ทั้งสองร่วมกับชาวบ้านเข้าไปในที่สาธารณประโยชน์โคกป่าช้า ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหา