ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4944/2549พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายสุริยา อมฤทธิ์จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 334 ป.วิ.อ. ม. 84ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์แล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้โทรศัพท์ซึ่งมีสายไฟสองสายต่อพ่วงเข้ากับโทรศัพท์ในตู้โทรศัพท์สาธารณะของผู้เสียหายแล้วโทรศัพท์ออกไป หลังจากนั้นศาลจึงนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยความหมายของคำว่า "โทรศัพท์" ตามที่สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม 7 ให้ความหมายไว้ว่า โทรศัพท์เป็นวิธีแปลงเสียงพูดให้เป็นกระแสไฟฟ้าแล้วส่งกระแสไฟฟ้านั้นไปในลวดไปเข้าเครื่องรับปลายทาง ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้กลับเป็นเสียงพูดอีกครั้งหนึ่ง สัญญาณโทรศัพท์จึงเป็นกระแสไฟฟ้าที่แปลงมาจากเสียงพูดเคลื่อนที่ไปตามสายลวดตัวนำจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งแล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยลอบใช้สัญญาณโทรศัพท์ของผู้เสียหายเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ การวินิจฉัยของศาลจึงเป็นการสืบค้นจากหนังสืออ้างอิงที่วิญญูชนทั่วไปก็สามารถทราบได้เมื่อเปิดดูจากหนังสือดังกล่าว โดยอาศัยข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปที่ศาลสามารถวินิจฉัยได้เอง กรณีมิใช่เป็นการรับฟังและวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยลักเอาสัญญาณโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะหมายเลข 249835 ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานบริการโทรศัพท์จังหวัดอุดรธานีไป คิดเป็นเงิน 106 บาท โดยจำเลยใช้โทรศัพท์ชนิดกดหมายเลขในตัวซึ่งมีสายไฟสองสายต่อพ่วงออกไป หนีบต่อเข้ากับขั้วกันฟ้าโทรศัพท์ที่ข้างตู้โทรศัพท์ดังกล่าวแล้วโทรศัพท์ออกโดยไม่ต้องหยอดเหรียญ ขอให้ลงโทษตาม