ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2549พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายณัฐชัย โชครัศมีศิริจำเลย ป.อ. ม. 337จำเลยขู่เข็ญให้ผู้เสียหายนำเงิน 5,500 บาท มามอบให้เป็นค่าไถ่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายที่จำเลยรับมาจากคนร้ายที่ลักทรัพย์ และหากไม่นำมาให้จะไม่ได้รับโทรศัพท์คืนจำเลยจะนำไปขายให้แก่บุคคลอื่น เข้าลักษณะเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญคือขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและยินยอมจะนำเงิน 5,500 บาท ไปให้จำเลยจึงเข้าลักษณะความผิดฐานกรรโชกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2545 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง มีคนร้ายเข้าไปในห้องพักเลขที่ 502 หอพักไวยหงษ์ อันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนางสาวสิรินุช คุรุเมธากร นายจตุพล เพชรชนะ และนายอัษฎาวุธ คุรุเมธากร ผู้เสียหายทั้งสาม แล้วลักเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 8210 จำนวน 1 เครื่อง ราคา 7,000 บาท ของนางสาวสิรินุชผู้เสียหายที่ 1 นาฬิกาข้อมือยี่ห้อทีมโก้ จำนวน 1 เรือน ราคา 300 บาท กระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดจำนวน 2,500 บาท ของนายจตุพลผู้เสียหายที่ 2 และกระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสดจำนวน 900 บาท ของนายอัษฎาวุธผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริต ต่อมาในวันเดียวกันเวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่และนาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ทั้งนี้จำเลยเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสาม หรือมิฉะนั้นจำเลยรับของโจร โดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ๆ ซึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่และนาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ไว้จากคนร้าย โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้ม