ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3036 - 3038/2550

ประเด็นกฎหมาย

การแก้ไขข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ฉบับที่ 74 ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร โดยคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ตามมาตรา 23 (5) แห่ง พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิ

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มาตรา 23 (5) ให้คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์มีอำนาจปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาปรับปรุงสภาพการจ้าง หากดำเนินการโดยชอบ คือมีการพิจารณาถูกต้องตามขั้นตอน มีเหตุผลเพียงพอ และไม่เป็นการกลั่นแกล้งบุคคลใด การปรับปรุงสภาพการจ้างตามกระบวนการนี้ย่อมมีผลใช้บังคับแก่ลูกจ้า

คำวินิจฉัย

การแก้ไขข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ฉบับที่ 74 ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2546 ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลใช้บังคับแก่พนักงานของจำเลยทุกคนรวมทั้งโจทก์ทั้งสามด้วยนับตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2546 เป็นต้นไป พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลย (การเคหะแห่งชาติ) ได้แก้ไขข้อบังคับฉบับที่ 74 ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร โดยเสนอวาระต่อคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ ซึ่งมีมติเห็นชอบให้แก้ไขหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายจากเดิมที่ใช้ตามกระทรวงศึกษาธิการมาเป็นตามที่กระทรวงการคลังกำหนด จากนั้นคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติให้ความเห็นชอบและประธานกรรมการลง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 23 (5) แห่ง พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3036 - 3038/2550นางวัลชะรี น้อยวัน กับพวกโจทก์การเคหะแห่งชาติจำเลย พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 ม. 13 (2), ม. 13 วรรคสาม, ม. 23 (5), ม. 25 วรรคสาม ข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ฉบับที่ 74 ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร ข้อ 5พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 หาได้บัญญัติให้การแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกระทำโดยนายจ้างหรือสหภาพแรงงานต้องยื่นข้อเรียกร้องตามมาตรา 25 วรรคสามแต่เพียงประการเดียวไม่ แต่กฎหมายยังได้บัญญัติถึงกระบวนแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ในมาตรา 23 (5) อีกทางหนึ่งโดยบัญญัติให้คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์มีอำนาจ ปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาปรับปรุงสภาพการจ้าง ดังนั้น หากคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ปรับปรุงสภาพการจ้างใดโดยกระทำด้วยการปรึกษาหารือกันโดยชอบ คือมีการพิจารณาโดยถูกต้องตามขั้นตอนและมีเหตุผลเพียงพอ อีกทั้งไม่เป็นการกลั่นแกล้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว การปรับปรุงสภาพการจ้างตามกระบวนการนี้ย่อมมีผลใช้บังคับแก่ลูกจ้างทุกคนในรัฐวิสาหกิจรวมถึงฝ่ายบริหารด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่าการแก้ไขข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ฉบับที่ 74 ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร เป็นการปรับปรุงสภาพการจ้างที่เกี่ยวกับการเงินที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ มาตรา 13 (2) ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และคณะรัฐมนตรีก่อนตามมาตรา 13 วรรคท้าย ดังนี้การแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวเมื่อคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้ว การปรับปรุงสภาพการจ้างดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ฉบับที่ 74 ที่แก้ไขใหม่นี้ จึงมีผลใช้บังคับ