ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5035/2549

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5035/2549บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม โจทก์บริษัทอุตหกรรมอาหารราชา จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 229, ม. 296, ม. 682โจทก์กับจำเลยที่ 2 และ 3 ต่างเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ต่อบรรษัทเงินทุน อ. แม้วงเงินค้ำประกันจะไม่เท่ากัน โจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ต้องรับผิดต่อบรรษัทเงินทุน อ. อย่างลูกหนี้ร่วมกับ ป.พ.พ. มาตรา 682 วรรคสอง เมื่อโจทก์ชำระหนี้แก่บรรษัทเงินทุน อ. แทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว4,838,567.40 บาท โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิของบรรษัทเงินทุน อ. ไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ตามส่วนเท่าๆ กัน ตามมาตรา 229 (3) และมาตรา 296 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์คนละ 1,612,855.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินให้แก่บรรษัทเงินทุน อ. จนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2536 จำเลยที่ 1 ขอสินเชื่อจากบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อลงทุนในโครงการผลิตภัณฑ์ซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยว แต่มูลค่าหลักประกันของจำเลยที่ 1 ไม่เพียงพอจำเลยที่ 1 และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงขอให้โจทก์ค้ำประกันสินเชื่อโครงการของจำเลยที่ 1 ในส่วนที่ขาดหลักประกัน ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน 2536 โจทก์ออกหนังสือค้ำประกันเลขที่ 295/2536 เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้สินเชื่อโครงการของจำเลยที่ 1 ต่อบรรษัทเงินทุนอุตสาหรรมแห่งประเทศไทย ไม่เกินจำนวน 2,619,000 บาท รวมทั้งดอกเบี้ยถึงวันที่คดีถึงที่สุด หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลแพ่ง และศาลแพ่งมีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ ง.214/2544 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมจำนวน 7,000