ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2548

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2548นางกาญจนา พินธุโสภณหรือสพรรณานุโยคโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 39เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่ง ป.รัษฎากร ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่น จะต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้ว ไม่ใช่เป็นแต่เพียงสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับมาในภายหน้า เมื่อเช็ค 16 ฉบับที่โจทก์ได้รับจาก ด. ในปี 2534 เป็นเช็คที่ลงวันที่ล่วงหน้าสั่งจ่ายเงินในปี 2535 และ 2536 โจทก์จึงยังไม่มีสิทธินำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ในปีภาษี 2534 ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับเงินได้พึงประเมินเป็นเงิน 2,254,000 บาท ตามเช็คที่สั่งจ่ายล่วงหน้าจำนวน 16 ฉบับนั้นในปีภาษี 2534 ซึ่งจะต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2534 ด้วยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2534 นางดลยาหรือปุณยา วงศ์สุวรรณ ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 72180 ตำบลบางซื่อ (นาช่อง) อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา 6,300,000 บาท รวมทั้งห้องแถวอีก 7 ห้อง ในราคาห้องละ 500,000 บาท ห้องแถวดังกล่าวมีราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินห้องละ 582,200 บาท รวม 7 ห้อง เป็นเงิน 4,075,400 บาท รวมเป็นเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น 10,375,400 บาท โดยออกเช็คธนาคารสหธนาคาร จำกัด สาขามหานาค 23 ฉบับ ชำระราคาที่ดินแทนเงินสดแก่โจทก์ ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินได้เพียง 7 ฉบับ รวม 4,046,000 บาท ส่วนอีก 16 ฉบับ รวมเป็นเงิน 2,254,000 บาท นั้น ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2534 เฉพาะเงินเดือนที่ได้รับ จำเลยจึงประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 1,624,810 บาท เบี้ยปรับหนึ่งเท่าของเงินภาษี 1,814,816 บาท และเงินเพิ่ม 1,291,721.95 บาท โจทก