ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2549
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2549นายเสกสรรค์ ทองเกลี้ยง กับพวกโจทก์ร้อยตำรวจเอกประเดิม ไพรสนธิ์จำเลย ป.อ. ม. 157 ป.วิ.อ. ม. 2 (7), ม. 123โจทก์เมาสุราจนครองสติไม่ได้ ประพฤติตนวุ่นวายในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน และโจทก์ได้ชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว ทำให้คดีอาญาที่โจทก์ถูกกล่าวหาเป็นอันเลิกกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 37 (2) แต่เมื่อโจทก์กล่าวหาต่อจำเลยในฐานะพนักงานสอบสวนว่าจ่าสิบตำรวจ ป. ทำร้ายร่างกายโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายโดยมีเจตนาจะให้จ่าสิบตำรวจ ป. ได้รับโทษ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามมาตรา 2 (7) และเป็นการกระทำที่แยกต่างหากจากการกระทำที่โจทก์ถูกกล่าวหาดังกล่าว จำเลยในฐานะพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องรับคำร้องทุกข์ของโจทก์ไว้เพื่อดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป การที่จำเลยไม่รับคำร้องทุกข์ของโจทก์ในข้อหาทำร้ายร่างกาย อ้างเพียงว่าคดีเลิกกันแล้วโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ จึงเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157โจทก์ทั้งสองว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538 เวลากลางคืน โจทก์ทั้งสองถูกจ่าสิบตำรวจประเสริฐ รัตนมณี ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและพาโจทก์ทั้งสองมาสถานีตำรวจภูธรอำเภอนาทวี โดยจำเลยเป็นพนักงานสอบสวนทำหน้าที่ร้อยเวร มีหน้าที่รับแจ้งความคดีอาญา โจทก์ทั้งสองเล่าเรื่องที่ถูกทำร้ายให้จำเลยทราบและขอแจ้งความให้ดำเนินคดีอาญาในเรื่องที่ถูกจ่าสิบตำรวจประเสริฐทำร้าย จำเลยไม่ยอมรับแจ้งความกลับสั่งให้เปรียบเทียบปรับโจทก์ทั้งสองในข้อหาเมาสุราจนครองสติไม่ได้ ประพฤติตนวุ่นวายในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน ต่อมาในตอนเช้าโจทก์ทั้งสองก