ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7658/2549นางสาวขวัญยืน ใจดีโจทก์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)จำเลย ป.พ.พ. ม. 672ตามข้อตกลงในการเบิกถอนเงินจากบัญชีของโจทก์ระหว่างโจทก์กับธนาคารจำเลยกำหนดให้โจทก์เป็นผู้ถอนเงินแต่เพียงผู้เดียว เมื่อจำเลยเบิกจ่ายเงินจากบัญชีของโจทก์ให้แก่บุคคลอื่นไปย่อมเป็นการผิดจากข้อตกลงดังกล่าว การที่จำเลยถือเอาสมุดคู่ฝากและใบถอนเงินประกอบกับตัวอย่างลายมือชื่อของโจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยเป็นหลักฐานให้บุคคลที่มาถอนเงินจากบัญชีของโจทก์ไปย่อมไม่เป็นการใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอสมกับฐานะของผู้ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ ทั้งลายมือชื่อของผู้ถอนเงินในใบถอนเงินนั้นไม่มีลายมือชื่อของโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์และรับฝากเงินจากบุคคลทั่วไปและจำเลยมีสาขาดำเนินกิจการอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งสาขาสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์เป็นผู้ฝากเงินไว้กับจำเลยโดยเปิดบัญชีเงินฝากประจำที่สำนักงานสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2540 เลขที่บัญชี 709-2-23876-5 พร้อมมอบตัวอย่างลายมือชื่อของโจทก์ไว้แก่พนักงานของจำเลยประจำสาขานี้ซึ่งเป็นตัวแทนผู้รับฝากเงิน เพื่อใช้ในการตรวจสอบลายมือชื่อเมื่อมีการขอเบิกถอนเงินต่อไปในภายหน้า โจทก์นำเงินเข้าฝากไว้ในบัญชีดังกล่าวตลอดมาจนถึงเดือนธันวาคม 2542 มีเงินฝากอยู่ในบัญชีรวมทั้งสิ้น 14,099.89 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2542 โจทก์พบว่าสมุดเงินฝากตามบัญชีของโจทก์สูญหายไป จึงแจ้งพนักงานของจำเลยออกสมุดเงินฝากเล่มใหม่และขอตรวจสอบยอดเงินในบัญชี จึงทราบว่ามีผู้ลักเอาสมุดเงินฝากของโจทก์ไปแสดงต่อพนักงานตัวแทนผู้