ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6937/2548

ประเด็นกฎหมาย

ความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งพักงานพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง และการกำหนดค่าเสียหายเมื่อนายจ้างไม่ดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเว

หลักกฎหมาย

นายจ้างมีอำนาจสั่งพักงานลูกจ้างได้โดยไม่ต้องสอบสวนก่อน หากมีพฤติการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าเป็นความผิดร้ายแรงและหากให้ลูกจ้างปฏิบัติงานต่อไปอาจเกิดผลร้ายแก่นายจ้าง การที่นายจ้างไม่ดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนตามระเบียบ ไม่ทำให้คำสั่งพักงานที่ชอบแล้วกลายเป็นไม่ชอบ แต่ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าเ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 152,220 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2544 โดยระบุเหตุผลว่าโจทก์มีพฤติกรรมในการปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามระเบียบและมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นกับการทุจริตของนางสุรวดีในการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญคู่จ่าย แล้วนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว จำเลยเพิ่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6937/2548นายชูชาติ หิรัฐประทีปโจทก์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54 วรรคหนึ่ง ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 ข้อ 46โจทก์มีพฤติกรรมในการปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติงานภาคการพนักงานของจำเลย และมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นกับการทุจริตของ ส. ในการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญคู่จ่ายประกอบการเบิกจ่ายแล้วนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ดังที่จำเลยระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งพักงานซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นกรณีความผิดร้ายแรง หากจะให้โจทก์คงปฏิบัติงานอยู่อาจจะเกิดผลร้ายแก่ธนาคารจำเลยได้ จำเลยย่อมมีอำนาจพักงานโจทก์ได้ คำสั่งพักงานของจำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยระเบียบปฏิบัติงานภาคการพนักงานของจำเลย แม้จำเลยจะมิได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนและวินิจฉัยโทษให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันออกคำสั่งพักงานซึ่งเป็นเรื่องที่จำเลยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นหลังจากจำเลยได้มีคำสั่งพักงานโจทก์ไปโดยชอบแล้ว หาทำให้คำสั่งพักงานที่จำเลยมีอำนาจออกคำสั่งได้โดยชอบกลับกลายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ หากโจทก์ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยมิได้วินิจฉัยโทษให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามที่ระเบียบกำหนดไว้ โจทก์ก็เพียงมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายเป็นการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายรายเดือนเท่ากับเงินเดือนของโจทก์ มิใช่ครึ่งหนึ่งของค่าจ้างนั้น เป็นการกำหนดค่าเสียหายเพราะเหตุจำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบของจำเลย ทำให้