ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2549

ประเด็นกฎหมาย

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยต้องยื่นภายในกำหนดระยะเวลาเท่าใด และศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหรือไม่

หลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์คำสั่งที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ไม่มีหน้าที่ตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งตามมาตรา 232 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเสียเองเป็นการไม่ชอบ จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วั

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ฉบับลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 ให้ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์คำสั่งฉบับดังกล่าวไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง และให้คืนค่าธรรมเนียมส่วนที่ชำระเกิน 40 บาท ให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์คำสั่งเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2546 ศาลอุ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2549นายกรณาธิป สุพพัตเวชโจทก์กรมธนารักษ์โจทก์ร่วมพันโทภราดร อยู่โตจำเลย ป.วิ.พ. ม. 229, ม. 234, ตาราง 2 ท้าย ป.วิ.พ.ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งกรณีนี้ตามมาตรา 232 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเสียเองเป็นการไม่ชอบ จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนี้ได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งตามมาตรา 229 กรณีมิใช่การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ซึ่งต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งภายใน 15 วัน ตามมาตรา 234 การอุทธรณ์คำสั่งที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 กำหนดให้ทำเป็นคำร้อง ต้องชำระค่าธรรมเนียมคำร้องเพียง 40 บาทคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วสิ่งปลูกสร้าง สิ่งกีดขวางออกไปจากที่ดินตามส่วนที่ระบายด้วยสีแดงในเอกสารหมาย จ.6 ที่พิพาท เนื้อที่ประมาณ 17 ตารางเมตร ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกไปจากที่ดินพิพาทและส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท วันที่ 27 มกราคม 2546 จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และมีคำสั่งในอุทธรณ์ว่าคดีต้อง