ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2544

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลเป็นการแปลงหนี้ใหม่ทำให้หนี้ตามสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เดิมระงับหรือไม่

หลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความที่มีผลเพียงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิทธิและหน้าที่บางส่วน ไม่ได้เป็นการเลิกสัญญาเดิม และไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับหนี้ที่เกิดขึ้นก่อน ย่อมไม่ทำให้หนี้เดิมระงับโดยการแปลงหนี้ใหม่

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำสั่งงดสืบพยานและคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาทแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากจำเลยที่ 1 โดยมีข้อตกลงแบ่งผลประโยชน์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ผิดข้อตกลง และทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าก่อนฟ้องคดีแรก จำเลยได้อนุญาตให้บริษัทอื่นใช้ลิขสิทธิ์เพลงโดยไม่ชอบ โจทก์จึงเรียกค่าเสียหาย 1,200,000 บาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2544นายปรีชา อัศวฤกษ์นันท์โจทก์นางสวรสหรือสุมล ผลงาม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 349, ม. 850 ป.วิ.พ. ม. 24, ม. 227, ตาราง 1 (2) (ข) ท้าย ป.วิ.พ.จำเลยทำสัญญาขายลิขสิทธิ์เพลงให้แก่โจทก์ โดยมีบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ค่าลิขสิทธิ์เพลงว่า หากโจทก์ขายหรือให้เช่าลิขสิทธิ์เพลงตามสัญญาได้ โจทก์จะแบ่งผลประโยชน์ให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้จากการขายหรือให้เช่า ต่อมาจำเลยฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าปฏิบัติผิดข้อตกลงแบ่งผลประโยชน์ลิขสิทธิ์ดังกล่าว โจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ โดยกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์และปฏิบัติผิดสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าว โดยจำเลยได้ทำสัญญาอนุญาตให้บริษัท ว. ใช้ลิขสิทธิ์เพลงบางส่วนก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีแรก ดังนั้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นการตกลงกันว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธินำลิขสิทธิ์เพลงตามสัญญาไปโอนขายให้แก่บุคคลภายนอก แต่มีสิทธิที่จะอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นนำไปทำสิ่งบันทึกเสียงและแถบบันทึกภาพพร้อมเสียงเป็นครั้งคราว แต่ไม่มีสิทธิดัดแปลงหรือแก้ไขเสียงร้อง เสียงดนตรีจากต้นแบบเดิมที่ได้รับอนุญาต และตกลงยกเลิกบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ค่าลิขสิทธิ์ฉบับเดิม โดยให้ใช้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความนี้แทน สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงมีผลเป็นเพียงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เพลงตามสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงและบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ค่าลิขสิทธิ์เพลงเท่านั้น โดยมิได้เป็นการเลิกสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ดังกล่าว และไม่ปรากฏว่าสัญญา