ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7277/2549

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างที่เกิดจากการทุจริตและใช้อำนาจโดยมิชอบ มีผลผูกพันหรือไม่ และคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการที่บังคับตามสัญญาดังกล่าวขัดต่อความสงบ

หลักกฎหมาย

การใช้อำนาจของผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยซึ่งกระทำการในนามผู้คัดค้านจะผูกพันผู้คัดค้านต่อเมื่ออยู่ภายใต้หลักความชอบด้วยกฎหมาย หากเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือมีการบิดผันอำนาจ สัญญาที่เกิดจากการกระทำดังกล่าวไม่มีผลผูกพัน และคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการที่บังคับตามสัญญาที่เกิดจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎห

คำวินิจฉัย

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการดังกล่าวจึงฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้คัดค้านเป็นหน่วยงานทางปกครอง ทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนกับผู้ร้อง ในการทำสัญญามีการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยผู้ว่าการของผู้คัดค้านในขณะนั้น (ศ.) ลงนามในสัญญาโดยเห็นแก่ประโยชน์ที่ผู้ร้องจัดให้ และผู้ร้องได้ให้ผลประโยชน์แก่ ศ. และเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นก่อนทำสัญญา เช่น การเพิ่มทุน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7277/2549บิลฟิงเกอร์ เบอร์เกอร์ เอจี กับพวกผู้ร้องการทางพิเศษแห่งประเทศไทยผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 5, ม. 150 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ม. 44, ม. 45 (2) พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ม. 26 (2) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290 ข้อ 17ผู้คัดค้านเป็นหน่วยงานทางปกครองที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายฝ่ายมหาชนทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนกับผู้ร้องทั้งสาม ผู้คัดค้านทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายในฐานะหน่วยงานทางปกครองที่เป็นองค์กรนิติบุคคลข้อ 17 ของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290 บัญญัติให้มีผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นผู้กระทำการในนามผู้คัดค้านในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกและเป็นผู้กระทำการแทนผู้คัดค้านตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว การใช้อำนาจของผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยซึ่งกระทำการในนามผู้คัดค้านจะผูกพันผู้คัดค้านต่อเมื่ออยู่ภายใต้หลักความชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ นอกจากจะต้องอยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จัดตั้งกำหนดไว้เป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและไม่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือกฎระเบียบและข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายแล้ว การใช้อำนาจของผู้คัดค้านจะต้องมิใช่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือมีการบิดผันอำนาจทางหนึ่งทางใดอีกด้วย ผู้คัดค้านโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า นิติกรรมหรือสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วนหากมีการทำขึ้นเพราะกลฉ้อฉลก็เป็นเพียงโมฆียะ เมื่อไม่มีการบอกล้าง ก็ไม่ทำให้สัญญาจ้างดังกล่าวตกเป็นโมฆะนั้นไม่ชอบ โดยผู้คัดค้านอ้างทำนองเดียวกันกับที่ได้ยกข้อต่อสู้ไว้แล้วว่า ในการทำสัญญาจ้างเหมาออกแบบรวมก่อสร้างโครงการทางด่วน มีการทุจริตแล