ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3045/2548

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3045/2548นางสาวกาญจนาพร แสงจั่นผู้ร้องนางอรพรรณ เยาวสังข์ กับพวกผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1705เจ้ามรดกไม่ได้แจ้งข้อความที่ประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนต่อหน้าพยานทั้งสองคนพร้อมกัน พินัยกรรมที่ทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองย่อมตกเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1705 ภ. และ ก. ไม่ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานพร้อมกันในขณะจัดทำพินัยกรรม ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1656 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกันซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น ดังนี้ พินัยกรรมจึงมิได้ทำขึ้นตามแบบที่บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้ ย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 1705ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นหลานของนายวน บุญธนะไพศาลวงค์ นายวนถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2542 ก่อนตายผู้ตายได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8740 ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมบ้านเลขที่ 31/2 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายผู้ร้องได้ติดต่อกับนายทะเบียนที่ดินเพื่อขอรับโอนทรัพย์มรดก แต่เนื่องจากที่ดินติดจำนองอยู่กับธนาคาร จึงเป็นเหตุขัดข้องไม่อาจดำเนินการได้ ขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านในทำนองเดียวกันว่า ก่อนผู้ตายถึงแก่ความตายผู้ตายเจ็บป่วยมีลักษณะเป็นบุคคลวิกลจริตไม่สามารถประกอบกิจการงานได้ ผู้ตายทำพินัยกรรมขณะที่ขาดสติสัมปชัญญะ และไม่ได้ลงลายมือชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยานในขณะที่ให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ พินัยกรรมที่ยกทรัพย์ให้แก่ผู้ร้องจึงตกเป็นโมฆะ ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้คัดค้านทั้งสองเป็