ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4782 - 4784/2530

ประเด็นกฎหมาย

การขาดงานติดต่อกันเกินสามวันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง หลังจากแจ้งเท็จว่าไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเพื่อกลับเข้าทำงานในระหว่างปิดงาน ถือเป็นการละทิ้งหน้าท

หลักกฎหมาย

การที่ลูกจ้างกลับเข้าทำงานตามปกติหลังจากแจ้งเท็จว่าไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แล้วขาดงานติดต่อกันเกินสามวันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยปิดงานเฉพาะลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน โจทก์ทั้งสามแจ้งเท็จว่าไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานและขอกลับเข้าทำงาน จำเลยรับกลับเข้าทำงาน ต่อมาโจทก์ทั้งสามขาดงานติดต่อกันเกินสามวันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง โดยอ้างว่าหยุดงานเพื่อไปร่วมชุมนุมกับสหภาพแรงงาน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4782 - 4784/2530นายวิเชียร ฝังนิล กับพวกโจทก์บริษัทไทย เอส แอล จำกัดจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 22 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47 (4)การที่โจทก์ได้แจ้งต่อจำเลยผู้เป็นนายจ้างขอกลับเข้าทำงานตามปกติในระหว่างที่จำเลยปิดงานเฉพาะลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานโดยรับรองว่าตนไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน และจำเลยตกลงรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมเช่นเดียวกับสมาชิกสหภาพแรงงานที่ไม่ได้ถูกปิดงาน ครั้นโจทก์เข้าทำงานตามปกติแล้วได้ขาดงานติดต่อกันเกินกว่าสามวันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้จำเลยทราบ ดังนี้ เป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(4)จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย โจทก์จะอ้าง ว่าความจริงโจทก์เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แต่แจ้งเท็จเพื่อ ต้องการทำงานและได้ค่าจ้าง จึงมีสิทธิไม่เข้าทำงานในระหว่างปิดงานไม่ได้โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ความจริงโจทก์ทั้งสามหยุดงานเพื่อไปร่วมชุมนุมหยุดงานกับสหภาพแรงงานซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกจึงมีเหตุอันสมควร การเลิกจ้างของจำเลยจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือใช้ค่าเสียหายและค่าชดเชยจำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า จำเลยปิดงานเฉพาะสมาชิกสหภาพแรงงานลูกจ้างไทย เอส.แอล. โจทก์ทั้งสามแจ้งต่อจำเลยว่าไม่มีสมาชิกสหภาพแรงงานขอเข้าทำงาน ต่อมาโจทก์ทั้งสามขาดงานติดต่อกันเกินกว่าสามวันโดยไม่มีเหตุอันสมควรจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งส