ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2550

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2550พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาผู้ร้องวัดจวนดำรงค์ราชพลขันธ์ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 38, ม. 1713 ป.วิ.พ. ม. 4 จัตวา วรรคหนึ่งพระภิกษุ พ. มีถิ่นที่อยู่ 2 แห่ง คือที่วัด ห. และวัดผู้คัดค้าน ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 38 ให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น จึงต้องถือว่าวัด ห. เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุ พ. อีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อพระภิกษุ พ. มีทรัพย์มรดกและมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ผู้ร้องในฐานะเป็นพนักงานอัยการย่อมมีสิทธิร้องขอต่อศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายพ่วงให้เป็นผู้จัดการมรดกของพระภิกษุเพิ่ม ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอนี้ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายพ่วง คงจันทร์ เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน (ที่ถูก เป็น ผู้จัดการมรดก) ของพระภิกษุเพิ่ม คุณวโร ซึ่งถึงแก่มรณภาพ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่รับวินิจฉัยว่า นายพ่วง คงจันทร์ไม่ได้เป็นไวยาวัจกรของวัดหัวป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย พระภิกษุเพิ่มมิใช่เจ้าอาวาสของวัดหัวป่า และวัดหัวป่าไม่มีสิทธิได้รับมรดกของพระภิกษุเพิ่ม เนื่องจากวัดหัวป่าไม่ใช่ภูมิลำเนาของพระภิกษุเพิ่มนั้น เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกรายนี้โดยได้รับคำร้องจากนายพ่วง ไวยาวัจกรของวัดหัวป