ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2549

ประเด็นกฎหมาย

ศาลภาษีอากรมีอำนาจขยายกำหนดเวลาฟ้องคดีตามมาตรา 30 (2) แห่งประมวลรัษฎากรได้หรือไม่ และศาลมีอำนาจงดหรือลดเบี้ยปรับโดยไม่ผูกพันตามคำสั่งกรมสรรพากรหรือไม่

หลักกฎหมาย

กำหนดเวลาฟ้องคดีตามมาตรา 30 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นระยะเวลาเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลมีอำนาจขยายได้ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 และคำสั่งกรมสรรพากรเป็นเพียงระเบียบปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ไม่ม

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับเงินจากบริษัทที่เลิกกิจการ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ฉ) มิใช่เงินปันผล โจทก์ยื่นฟ้องเกิน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ แต่ศาลภาษีอากรกลางขยายระยะเวลาให้ โจทก์สละประเด็นเรื่องประเภทเงินได้ คงโต้แย้งเฉพาะเบี้ยปรับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.รัษฎากร ม. 27 ทวิ
  • ม. 30 (2)
  • ป.วิ.พ. ม. 23
  • มาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ
  • มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 112/2549นายสุเทพ ลิมปานนท์โจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.วิ.พ. ม. 23 ป.รัษฎากร ม. 27 ทวิ, ม. 30 (2) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ข้อ 3, 4กำหนดเวลาการอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภายใน 30 วัน เป็นกำหนดเวลาการฟ้องคดีถ้ามิได้ฟ้องภายในกำหนดย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง ฉะนั้น แม้เป็นกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 30 (2) แห่ง ป.รัษฎากรฯ แต่ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ใน ป.รัษฎากรฯ ศาลภาษีอากรกลางย่อมมีอำนาจขยายหรือย่นระยะเวลาดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 23 คำสั่งกรมสรรพากร เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นเพียงระเบียบที่กำหนดให้เจ้าพนักงานประเมินถือปฏิบัติ ไม่มีผลผูกพันศาลให้ต้องถือตามระเบียบดังกล่าว ศาลมีอำนาจพิจารณาว่าการที่เจ้าพนักงานประเมินงดหรือลดเบี้ยปรับมานั้นถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และมีอำนาจที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับได้เองโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเข้งหงวน จำกัด บริษัทเข้งหงวน จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท ผู้ชำระบัญชีได้ขายทรัพย์สินและรวบรวมรายได้ของบริษัทแล้วทำให้มีกำไรสะสมสิ้นปีก่อนจ่ายเงินปันผล 130,531,347.33 บาท จึงประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งสิ้นจำนวน 126,000,000 บาท โดยโจทก์ได้รับรวมทั้งสิ้น 1,156,400 บาท (ที่ถูก 11,516,400 บาท) บริษัทเข้งหงวน จำกัด ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 10 ในลักษณะของเงินปันผล ต่อมาโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ว่า โจทก์ม