ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 275/2549

ประเด็นกฎหมาย

จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หรือจ่ายเงินตอบแทนความชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

หลักกฎหมาย

บริษัทที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นเกินร้อยละห้าสิบเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ มาตรา 6 (2) ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ และต้องจ่ายเงินตอบแทนความชอบตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ

คำวินิจฉัย

จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มาตรา 6 (2) ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และจำเลยจ่ายเงินตอบแทนความชอบตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 หมวด 6 ข้อ 47 ถูกต้องแล้ว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นบริษัทจำกัดที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (รัฐวิสาหกิจ) ถือหุ้นประมาณร้อยละ 70 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเปลี่ยนสถานภาพเป็นบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และโอนหุ้นทั้งหมดให้แก่บริษัทดังกล่าว ทำให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ถ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 275/2549นายอัสดางค์ ปิ่นสุวรรณ์โจทก์บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัดจำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 4 พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ม. 26 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 ม. 6 (2) ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 ข้อ 47บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นของจำเลย ได้เปลี่ยนสถานภาพมาจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทองค์การของรัฐตาม พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจฯ พ.ร.บ. ดังกล่าวระบุเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงว่า เพื่อให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นเป็นองค์กรธุรกิจของรัฐที่มีความคล่องตัวในการบริหารและในเหตุผลการจัดตั้งกับมาตรา 26 ได้กำหนดให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นนั้นมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกัน บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จึงเปลี่ยนแปลงมาจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยที่เป็นรัฐวิสาหกิจจึงมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจด้วย เมื่อบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจถือหุ้นในบริษัทจำเลยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ จำเลยจึงเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ มาตรา 6 (2) ซึ่งไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 4 โจทก์ทำงานกับจำเลยจนเกษียณอายุเป็นเวลา 7 ปีเศษ จำเลยจ่ายเงินค่าตอบแทนความชอบให้แก่โจทก์เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 180 วัน ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ หมวด 6 ข้อ 47 เป็นการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายแล้วโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินค่าชดเชย 274,800 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยให้โจทก์ 274,800 บ