ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2549

ประเด็นกฎหมาย

การรวมฟ้องมูลหนี้หลายรายการที่แยกจากกันเป็นคดีเดียว และการสั่งจำหน่ายคดีโดยให้โจทก์ฟ้องใหม่ชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย

มูลหนี้ที่มีเจ้าหนี้เดิมต่างรายกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน และแยกจำนวนเงินได้ ย่อมมีสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้าง และคำขอบังคับแตกต่างกัน การรวมฟ้องและเสียค่าขึ้นศาลสูงสุดเพียงครั้งเดียวไม่ถูกต้อง ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์ฟ้องใหม่ภายในอายุความ โดยคำสั่งจำหน่ายคดีมีผลเท่ากับไม่รับคำฟ้อง มิใช่การวินิจฉัย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่โดยรวมมูลหนี้ 7 ข้อหา ซึ่งเป็นหนี้ที่โจทก์รับโอนมาจากเจ้าหนี้เดิม 7 รายที่แตกต่างกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี โดยให้โจทก์ไปฟ้องใหม่ในมูลหนี้แต่ละรายภายใน 2 เดือนหรือภายในอายุความที่ยาวกว่า และคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2549กองทุนรวมไทยรีสตรัคเจอรี่งโจทก์บริษัทพูนทรัพย์แคน จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 18, ม. 24, ม. 55, ม. 149, ม. 172, ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.มูลหนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ข้อหา เป็นมูลหนี้ที่โจทก์ได้ซื้อและรับโอนสิทธิเรียกร้องรวมทั้งหนี้สินที่จำเลยทั้งสี่มีอยู่กับเจ้าหนี้เดิมจำนวน 7 ราย แต่เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งสี่เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน มูลหนี้ที่จำเลยทั้งสี่จะต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้เดิมแต่ละรายไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และมีจำนวนเงินที่แยกออกจากกันได้ จึงมีสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับแตกต่างกัน ไม่เกี่ยวข้องกันและสามารถแยกจากกันได้ การที่โจทก์รวมข้อหาทั้ง 7 ข้อหาเป็นคดีเดียว และเสียค่าขึ้นศาลในอัตราสูงสุดเพียงจำนวนเดียว จึงไม่ถูกต้อง ศาลล่างชอบที่จะจำหน่ายคดีโดยให้โจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ในมูลหนี้แต่ละรายได้ และการที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีดังกล่าวเป็นอำนาจทั่วไปของศาล เมื่อเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่ชอบที่จะฟ้องรวมกัน ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งให้จำหน่ายคดีเสียได้ เพื่อให้โจทก์นำคดีไปฟ้องใหม่ให้ถูกต้องภายในอายุความ มิใช่ต้องยกฟ้องโจทก์ และการที่ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโจทก์มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา มิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นถึงอำนาจฟ้องของโจทก์หรือเป็นการวินิจฉัยในเนื้อหาของคดี โจทก์ย่อมสามารถนำคดีมาฟ้องใหม่ได้โดยเสียค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่เป็นลูกหนี้ของบริษัทเงินทุนธีรชัยทรัสต์ จำกัด บริษัทเงินทุนยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนพล จำกัด (มหาชน) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พารา จำกัด (มหาชน