ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2549

ประเด็นกฎหมาย

ที่ดินจัดสรรที่ผู้จัดสรรจัดให้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะโดยไม่สามารถใช้ทางเดิมได้ ตกเป็นภาระจำยอมโดยผลของกฎหมายตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 32

หลักกฎหมาย

ที่ดินที่ผู้จัดสรรจัดให้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะเพื่อการจัดสรรที่ดิน ย่อมตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรโดยผลแห่งกฎหมายตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 32 ประกอบข้อ 30 แม้ผู้ซื้อที่ดินภายหลังโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก็ไม่ทำให้ภาระจำยอมระงับ

คำวินิจฉัย

ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 10218 ของจำเลยที่ 2 ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรโดยผลแห่งกฎหมาย จำเลยที่ 2 ต้องรับภาระดังกล่าว พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้จัดสรรที่ดินจัดให้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะแทนทางเดิมที่ใช้ไม่ได้ เนื่องจากสภาพเป็นหนองน้ำ โดยใช้ติดต่อกันเกิน 10 ปี เทศบาลปรับปรุงเป็นถนนและราดยางแอสฟัลต์ 2 ครั้ง ผู้จัดสรรไม่โต้แย้ง ต่อมาจำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2549นายสมโภชน์ กิตติพงษ์พัฒนา กับพวกโจทก์นางรุ่งทิวา กฤชกาญจนพันธ์ หรือพวงทอง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1387 ป.วิ.พ. ม. 142 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ถนนที่ ส. ผู้จัดสรรได้จัดให้เป็นทางเข้าออกตามโครงการสู่ทางสาธารณะได้นั้นไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากมีสภาพเป็นหนองน้ำ ส. จึงจัดให้ใช้ที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลง เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนดาวดึงส์ติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จนเทศบาลนครสวรรค์ได้เข้ามาปรับปรุงเกลี่ยดินในที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลง เป็นถนนและเคยนำยางแอสฟัลต์มาราดถึง 2 ครั้ง โดย ส. มิได้ โต้แย้งหรือคัดค้าน ถือได้ว่า ส. จัดให้ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 10218 ของจำเลยที่ 2 เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนดาวดึงส์อันเป็นสาธารณูปโภคเพื่อการจัดสรรที่ดินตามโครงการที่ดินดังกล่าวย่อมตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรโดยผลแห่งกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286ฯ ข้อ 32 ประกอบข้อ 30 แม้จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 10218 มาจาก ส. โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ก็ไม่ทำให้ทางภาระจำยอมนั้นระงับสิ้นไป จำเลยที่ 2 จึงต้องรับภาระตามกฎหมายดังกล่าวด้วยโดยไม่คำนึงว่าโจทก์ทั้งห้าได้ทางภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ โจทก์ทั้งห้าบรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งห้าอยู่ในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อขายของ ส. ซึ่งจัดแบ่งที่ดินเป็นแปลงๆ พร้อมทางเข้าออกของที่ดินตามโครงการจัดสรร แต่เนื่องจากสภาพที่ดินตามที่ ส. ได้จัดแบ่งให้เป็นทางเข้าออกตามโครงการจัดสรรไม่สามารถใช้เป็นทางเข้าออกได้ เนื่องจากที่ดินส่วนอื่นๆ เป็นหนองน้ำเกือบหมดทั้งโครงการ ส. จึงได้ยกที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลง ให้เป็นทางเข้าออกผ่านออกสู่ทางสาธารณะ โจทก์ทั้งห้าใช้ทางดังกล่าว