ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3010/2549

ประเด็นกฎหมาย

ผู้ร้องซึ่งซื้อสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ในคดีล้มละลายและยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี ต้อง

หลักกฎหมาย

เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี โดยอาศัยเหตุที่ตนเป็นผู้ซื้อและได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ตามคำพิพากษามาจากการขายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย มิได้เรียกร้องสิ่งใดขึ้นใหม่หรือเกินไปกว่าสิทธิที่โจทก์มีอยู่ตามคำพิพากษา และโจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีม

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ และให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นจำนวน 22,437.50 บาท แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องซื้อสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ในคดีล้มละลาย และยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ 2.5 ของจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา เป็นเงิน 22,437.50 บาท ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลตามคำสั่งและโต้แย้งไว้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3010/2549บริษัทเงินทุนไทยธำรง จำกัดโจทก์บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)ผู้ร้องนางลำดวน วารีพันธุ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 57 (1), ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ.ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดี โดยอาศัยเหตุที่ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เนื่องจากผู้ร้องเป็นผู้ซื้อและได้รับโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยตามคำพิพากษามาจากการขายซึ่งดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ในคดีล้มละลาย มิใช่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องพิพาทกับจำเลยในมูลหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนอง ซึ่งเป็นมูลหนี้ที่โจทก์กับจำเลยพิพาทกันและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปแล้ว ทั้งการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง และบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่โดยอาศัยเหตุดังกล่าว มิได้เรียกร้องสิ่งใดขึ้นใหม่หรือเกินไปกว่าสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีอยู่ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ไว้แล้วในชั้นที่โจทก์ยื่นฟ้องคดี จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลอีกคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 428,694 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 380,000 บาท นับแต่วันที่ 22 มีนาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 48,694 บาท ตามที่โจทก์ขอ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 47388 ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอ