ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3134/2549

ประเด็นกฎหมาย

การปลูกสร้างอาคารบนที่ดินเช่าและยกกรรมสิทธิ์ให้ผู้ให้เช่าทันที ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ และภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารส่วนที่ตั้งบนที่ดินเช

หลักกฎหมาย

อาคารที่ปลูกสร้างบนที่ดินเช่าโดยผู้เช่าเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินตามสัญญาเช่า อาคารไม่เป็นส่วนควบของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 ประกอบมาตรา 144 วรรคสอง การที่ผู้เช่าตกลงให้อาคารตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าถือเป็นการขายตาม ป.รัษฎากร มาตรา 91/1 (4) และหากขายภายใน 3 ปีนับแต่เดือนที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ภาษ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ปลูกสร้างอาคารห้างสรรพสินค้าบนที่ดินของกรมการศาสนาด้วยทุนทรัพย์และสัมภาระของโจทก์และตกลงยกกรรมสิทธิ์ให้กรมการศาสนาทันทีตามสัญญาเช่าที่ดิน ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ และโจทก์ไม่มีสิทธินำภาษีซื้อที่เกิดจากค่าก่อสร้างอาคารเฉพาะส่วนที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่โจทก์เช่ามาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมการศาสนา โดยตกลงสร้างอาคารห้างสรรพสินค้าด้วยทุนทรัพย์และสัมภาระของโจทก์ และยกกรรมสิทธิ์ให้กรมการศาสนาทันทีที่ลงมือปลูกสร้าง แล้วโจทก์มีสิทธิเช่าอาคารดังกล่าวมีกำหนด 30 ปี นับแต่วันที่กรมการศาสนาได้รับมอบอาคาร ต่อมาโจทก์ก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จและส่งมอบให้กรมการศาสนาเมื่อวัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3134/2549บริษัทนครรอยัลซิตี้ จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 144 วรรคสอง, ม. 146, ม. 537 ป.วิ.พ. ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ป.รัษฎากร ม. 82/5 (6), ม. 83, ม. 84, ม. 91/1 (4) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2522 ม. 17 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) การที่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมการศาสนาโดยมีข้อตกลงให้โจทก์สร้างอาคารห้างสรรพสินค้าบนที่ดินเช่าด้วยทุนทรัพย์และสัมภาระของโจทก์และให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมการศาสนาทันทีที่ลงมือปลูกสร้าง แล้วโจทก์มีสิทธิเช่าอาคารดังกล่าวมีกำหนดเวลา 30 ปี นับแต่วันที่กรมการศาสนาได้รับมอบอาคารนั้น ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิในที่ดินตามสัญญาเช่าใช้สิทธิปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินที่เช่า อาคารที่สร้างขึ้นจึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 ประกอบมาตรา 144 วรรคสอง กรมการศาสนาจึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในอาคารดังกล่าวแต่อย่างใด การที่โจทก์ตกลงให้อาคารดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมการศาสนานั้นถือได้ว่ากรมการศาสนาได้กรรมสิทธิ์ในอาคารนั้นมาโดยนิติกรรมด้วยการจำหน่ายจ่ายโอนของโจทก์ อันต้องตามบทนิยามคำว่า "ขาย" ตาม ป.รัษฎากรฯ มาตรา 91/1 (4) แล้ว กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์ได้ขายอาคารห้างสรรพสินค้าดังกล่าวให้แก่กรมการศาสนา เมื่อโจทก์ได้ขายอาคารห้างสรรพสินค้าเฉพาะส่วนที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่โจทก์เช่าจากกรมการศาสนาให้แก่กรมการศาสนาและการขายนั้นเป็นการขายภายใน 3 ปี นับแต่เดือนที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ภาษีซื้อที่เกิดจากค่าก่อสร้างอาคารดังกล่าวเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงถือเป็นภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.