ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นโดยลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้องและเจรจากับนายจ้าง แม้จะมีขั้นตอนบางประการผิดแผกจากพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นโดยชอบ แม้จะมีขั้นตอนบางประการผิดแผกจากพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ก็ไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และเมื่อนายจ้างแสดงว่าไม่ติดใจเอาโทษและได้หักค่าจ้างกรณีเข้าทำงานสายแล้ว ย่อมไม่อาจนำเหตุดังกล่าวมาเลิกจ้างลูกจ้างในภายหลังได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
ลูกจ้างประมาณ 250-300 คน รวมทั้งจำเลยร่วมทั้งหมด ชุมนุมหน้าบริษัทโจทก์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2543 เพราะไม่พอใจที่โจทก์จะงดจ่ายโบนัส จากนั้นยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง มีการแต่งตั้งผู้แทนเจรจา 8 คน และเจรจากับโจทก์ในวันเดียวกัน โดยมีพนักงานประนอมข้อพิพาทเข้าร่วม การเจรจาตกลงกันได้ โจทก์ตกลง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3451 - 3452/2549บริษัทอัลมอนด์ (ไทยแลนด์) จำกัดโจทก์นายธีรศักดิ์ บุญธรรม กับพวกจำเลยนายยุทธศาสตร์ โสภิตะชา กับพวกจำเลยร่วม ป.พ.พ. ม. 150 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 เมื่อบรรดาลูกจ้างของโจทก์ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อโจทก์ผู้เป็นนายจ้าง แล้วบรรดาลูกจ้างดังกล่าวกับโจทก์ได้เจรจากันจนสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้และทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพจ้างกันโดยไม่มีข้อตกลงใดที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้วข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้หาตกเป็นโมฆะดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 150 แต่อย่างใดไม่ การที่ลูกจ้างได้รวมตัวกันหยุดงานเมื่อยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องก็ดี จำนวนผู้แทนของลูกจ้างผู้เข้าร่วมในการเจรจากันมีจำนวนเกินกว่าเจ็ดคนก็ดี พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเข้าดำเนินการไกล่เกลี่ยในวันเดียวกับที่บรรดาลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้องก็ดีนั้น แม้จะเป็นการผิดแผกแตกต่างจากขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ ก็หามีผลเป็นเหตุให้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมายดังที่ได้วินิจฉัยแล้วต้องตกเป็นโมฆะ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานคดีนี้ได้ เมื่อโจทก์มีพฤติการณ์และการกระทำที่ไม่ติดใจเอาโทษต่อจำเลยร่วมทั้งหมดและพวกลูกจ้างโจทก์ในคดีนี้ โดยโจทก์ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกจ้างและหักค่าจ้างสำหรับการเข้าทำงานสายแล้ว โจทก์ก็ไม่ติดใจลงโทษทางวินัยอย่างอื่นอีก จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมทั้งหมดได้จงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และโจทก์ย่อมไม่อาจจะนำการกระทำใด ที่บรรดาจำเลยร่วมทั้งหมดและพวกลูกจ้าง