ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5665/2530

ประเด็นกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในความผิดที่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้อง ศาลอุทธรณ์ต้องแก้ไขให้ตรงตามความจริงหรือไม่ และศาลฎีกาจะพิพากษาความผิดให้ตรงตามฟ้องโดยไม่ย้อน

หลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในความผิดซึ่งโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องไว้เลย เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลยกขึ้นอ้างเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 และเมื่อศาลอุทธรณ์ไม่แก้ให้ตรงความเป็นจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษาความผิดให้ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาได้โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปใ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 76 และ 75 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 1 ปี ของกลางริบ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองและพยายามนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานพยายามจำหน่ายกัญชาซึ่งโจทก์มิได้บรรยายฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ศาลอุทธรณ์กลับพิพากษาว่าไม่มีความผิดฐานพยายามจำหน่ายกัญชาและไม่มีความผิดฐานพยายามส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5665/2530พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายบรุนเนอร์ เฮลมุทจำเลย ป.อ. ม. 80, ม. 90, ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 190, ม. 195 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษในความผิดที่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้อง เมื่อมีอุทธรณ์ของจำเลยขึ้นมา และศาลอุทธรณ์ต้องพิจารณา ว่า เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ ถ้าเห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาผิดพลาดก็ต้องแก้ไขให้ตรงตามความจริงเพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยศาลยกขึ้นอ้างเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 เมื่อ ศาลอุทธรณ์ไม่แก้ให้ตรงความเป็นจริง ศาลฎีกาย่อมพิพากษา ความผิดให้ตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมาได้โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่จำเลยมีกัญชาไว้ในความครอบครอง และพยายามนำกัญชาดังกล่าว ออกนอกราชอาณาจักร เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลต้องลงโทษฐานพยายามนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร อันเป็นบทหนักที่สุดโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกันคือ มีกัญชาแห้งจำนวน 2 ห่อ น้ำหนัก 1,931 กรัมไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และพยายามนำกัญชาดังกล่าวซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางเพื่อนำออกนอกราชอาณาจักร แต่เจ้าพนักงานตรวจพบและจับกุมจำเลยได้พร้อมกัญชาดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 26, 75, 76 ลงโทษเรียงกระทง ฐานครอบครองกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพยายามฆ่าจำหน่ายกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ