ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2530

ประเด็นกฎหมาย

ค่าสินไหมทดแทนจากประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่นายจ้างชำระเบี้ยประกันให้ลูกจ้าง ถือเป็นเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ และนายจ้างยังต้องจ่ายเงินทดแทนอีก

หลักกฎหมาย

กฎหมายคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับเงินทดแทนเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน นายจ้างไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดได้ การที่ลูกจ้างได้รับค่าสินไหมทดแทนจากสัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่นายจ้างชำระเบี้ยประกันให้ ถือเป็นสวัสดิการ ไม่ใช่เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างจึงยังคงต้องจ่ายเงินทดแทนให้แ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมแรงงานที่ 17/2530 เฉพาะที่เกี่ยวกับโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นายไพจิตรลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ประสบอุบัติเหตุถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน จำเลยที่ 2 ได้เอาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้แก่นายไพจิตร โดยชำระเบี้ยประกันในนามบริษัทในเครือ โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบุตรได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยแล้ว ต่อมาโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2530เด็กชายฉัตรชัย ก้องบูลยาพงศ์ กับพวกโจทก์กรมแรงงาน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 861, ม. 862 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องประเภทขนาดของกิจการและท้องที่ที่นายจ้างจ่ายเงินทดแทน ฉบับที่ 13 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 2 (6)บริษัท ส.นายจ้างเดิมของพ.ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันบริษัทจำเลยที่ 2 นายจ้างคนใหม่ของ พ.ได้เอาประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้แก่พ.กรมธรรม์ประกันภัยมิได้มีข้อความกำหนดว่าต้องเป็นอุบัติเหตุอันเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างแต่เพียงประการเดียว แม้ลูกจ้างผู้เอาประกันภัยจะประสบอันตรายโดยมิได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยอันเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้าง บริษัทประกันภัยก็ยังคงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา แม้บริษัท ส.จะเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันก็เป็นเพียงการให้สวัสดิการเพื่อบำรุงขวัญและเป็นกำลังใจในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของ พ.เท่านั้น ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของ พ.ได้รับจากบริษัทประกันภัยจึงมิใช่เป็นเงินทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของบริษัทจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างที่จะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง กรณีที่นายจ้างได้เอาประกันการจ่ายเงินทดแทนไว้กับบริษัทประกันภัย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการและท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ฉบับที่ 13 ข้อ 4นั้น เป็นกรณีที่นายจ้างได้เอาประกันไว้แล้วไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน