ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2530

ประเด็นกฎหมาย

การรับฟังพยานหลักฐานของจำเลยที่นำพยานเข้าสืบโดยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน และการวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่

หลักกฎหมาย

ศาลแรงงานมีอำนาจตามมาตรา 44 และมาตรา 45 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ประกอบข้อกำหนดศาลแรงงาน ข้อ 10 ที่จะอนุญาตให้นำพยานเข้าสืบได้แม้มิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน และเรียกพยานมาสืบได้เองเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยนำพยานบุคคลเข้าสืบ 2 ปาก โดยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลแรงงานกลางบันทึกคำพยานปากแรกและอนุญาตให้นำสืบปากที่สองเนื่องจากเป็นประโยชน์แก่คดี โดยศาลฟังข้อเท็จจริงจากพยานทั้งสองฝ่ายว่าโจทก์ยังขอลากิจและไปเจรจากับจำเลยในวันฟ้อง จึงยังไม่มีการเลิกจ้าง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2530นายปิ่น กล่ำคุ้มโจทก์บริษัท เอ็ม. พี. เอ. จำกัดจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 44, ม. 45, ข้อ 10จำเลยนำพยานบุคคลเข้าสืบ 2 ปาก คือ ว.และพ. โดยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลแรงงานกลางได้บันทึกคำพยานของ ว. แล้วถือได้ว่าศาลแรงงานกลางได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ประกอบด้วยข้อกำหนดศาลแรงงาน ว่าด้วย การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน ลงวันที่27 กุมภาพันธ์ 2523 ข้อ 10 อนุญาตให้ ว. เบิกความเป็นพยานแล้วส่วน พ.ซึ่งว. เบิกความเกี่ยวพันถึง ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคำเบิกความของ พ. จะเป็นประโยชน์แก่คดีและอนุญาตให้จำเลยนำพ.มาเบิกความเป็นพยานดังนี้ถือได้ว่าพ. เป็นพยานของศาลตามความในมาตรา 45 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว พยานหลักฐานของจำเลยย่อมรับฟังได้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่าระหว่างเป็นลูกจ้างโจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยหลายครั้ง ต่อมาโจทก์ขาดงานตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2529 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน2529 โดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบ อันเป็นการกระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 จำเลยจึงปลดโจทก์ออกจากงาน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2529 ถึงวันที่3 พฤศจิกายน 2529 ซึ่งเป็นวันฟ้องจำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลแรงงานกลางสั่งไม่