ผู้ค้ำประกันสละสิทธิเรียกร้องให้บังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ก่อนตามสัญญาค้ำประกัน มีผลให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกับลูกหนี้อย่างลูกหนี้ร่วม
เมื่อผู้ค้ำประกันสละสิทธิที่จะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระหนี้ก่อน และสละสิทธิที่จะให้เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 688 และ 689 เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันคนใดคนหนึ่งชำระหนี้สิ้นเชิง ผู้ค้ำประกันต้องร่วมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 691
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,817,779 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินกว่า 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ 1 นำใบกำกับภาษีปลอมมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ถูกประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอผ่อนชำระและจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกัน โดยสัญญาค้ำประกันระบุว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ จำเลยที่ 2 จะชำระภายใน 15 วัน โดยมิต้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระก่อน จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระเพียง 2 งวดแล้วผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8215/2549กรมสรรพากรโจทก์บริษัท เค.เอ. การโยธา จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 291, ม. 688, ม. 689, ม. 691 ป.วิ.พ. (ตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (2) (ก) ) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 24สัญญาค้ำประกันระบุว่า ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระภาษี เมื่อโจทก์แจ้งจำนวนภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระให้แก่จำเลยที่ 2 ทราบแล้ว จำเลยที่ 2 จะต้องชำระให้แก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยมิต้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระก่อน ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันสละสิทธิที่จะขอให้เรียกจำเลยที่ 1 ผู้เป็นลูกหนี้ชำระก่อน และสละสิทธี่จะให้โจทก์บังคับการชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 688 และ 689 อันมีผลทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 หรือที่ 2 คนใดคนหนึ่งชำระหนี้สิ้นเชิง โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังคงต้องรับผิดต่อโจทก์จนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นเชิง จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างลูกหนี้ร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 691 โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างลูกหนี้ร่วม จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท เท่านั้น ตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (2) (ก) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรฯ มาตรา 24 แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้อง ทั้งๆ ที่โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีในศาลภาษีอากรกลางอันเป็นการไม่ถูกต้อง และต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินมาให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลโดยเป็นกรมสังกัดกระทร