ปัญหาว่าคำฟ้องมีประเด็นเรื่องที่ดินพิพาทเป็นภาระจำยอมหรือไม่ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่
การให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีที่ว่างตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ข้อ 25 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ก่อให้เกิดภาระจำยอมตามกฎหมาย และโจทก์ชอบที่จะขอให้บังคับจดทะเบียนภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1391 ได้ แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นก็ตาม ส่วนอายุความละเมิดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเริ่มนับเมื่อโจทก์ทร
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรื้อถอนตึกแถวที่จำเลยที่ 4 ปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 98146 ออกจากที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยที่ 4 ชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (28 สิงหาคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสี่ไปจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่โจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โดยให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันจัดสรรที่ดินและโฆษณาว่าจะเว้นที่ว่าง 4 เมตรทุก 20 ห้อง โจทก์ซื้อตึกแถวติดที่ว่างดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ว่างให้จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 4 ปลูกสร้างตึกแถวโดยยึดโครงสร้างกับตึกแถวของโจทก์ ทำให้เกิดรอยแตกร้าวและการทรุดตัว โจทก์พบความเสียหายประมาณปี 253
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1440/2548นางจินตนา สุรพาณิชโจทก์นายประเสริฐ สีตลายน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 448, ม. 1391 ป.วิ.พ. ม. 172, ม. 183 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้วว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันจัดสรรที่ดินและให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีที่ว่างตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2522 ข้อ 25 และการให้คำมั่นดังกล่าวเป็นการก่อให้เกิดภาระจำยอมตามกฎหมายแล้ว ซึ่งเป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 เรื่อง ควบคุมการจัดสรรที่ดิน คำฟ้องของโจทก์จึงมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าที่ดินพิพาทตกอยู่ในภาวะจำยอมอันเป็นเหตุที่จะทำให้จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันรับผิดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ ส่วนที่โจทก์ขอให้จดทะเบียนที่ดินพิพาทเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์แม้คำขอดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นพิพาท แต่โจทก์ชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมในโฉนดที่ดินพิพาทได้ เพราะเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิของโจทก์ประการหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1391 ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อดังกล่าวจึงไม่ชอบ ความเสียหายของตึกแถวของโจทก์เกิดจากการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 4 และยอมให้จำเลยที่ 4 ปลูกสร้างตึกแถวขึ้น โดยยึดโครงสร้างตึกแถวที่สร้างขึ้นใหม่ไว้กับตึกแถวของโจทก์ ความเสียหายของตึกแถวเกิดเป็นรอยแตกร้าวที่ผนังตึก และเกิดการทรุดตัวบริเวณบาทวิถีอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดมา เมื่อโจทก์ได้รับทราบความเสียหาย ซึ่งนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความโจทก์ฟ้องขอให้บัง