ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2528

ประเด็นกฎหมาย

ความผิดฐานใช้วัตถุระเบิดทำการจับปลาและความผิดฐานมีปลาที่ได้จากการใช้วัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า เป็นความผิดสองกรรมต่างกรรมต่างวาระกัน ต้อง

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานใช้วัตถุระเบิดทำการจับปลาและความผิดฐานมีปลาที่ได้จากการใช้วัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า กฎหมายบัญญัติไว้คนละมาตรากัน และแยกการกระทำออกได้เป็นสองตอนต่างกรรมต่างวาระกัน แม้จะเป็นการกระทำต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม ต้องถือว่าเป็นการกระทำผิดสองกรรม จะต้องเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอา

คำวินิจฉัย

ให้ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 5 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 และให้เรียงกระทงลงโทษสำหรับจำเลยทั้งห้า สำหรับความผิดฐานใช้วัตถุระเบิดทำการจับสัตว์น้ำและความผิดฐานมีปลาที่ได้จากการใช้วัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้วัตถุระเบิดทำการประมงในทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีปลาสด 300 กิโลกรัมที่ได้จากการใช้วัตถุระเบิดไว้ในครอบครองเพื่อการค้า โดยจำเลยที่ 5 มีอายุเพียง 16 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2528พนักงานอัยการจังหวัดตราดโจทก์นายสมคิด สุขสมมะ กับพวกจำเลย พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 ม. 20, ม. 20 ทวิ, ม. 62 ทวิ, ม. 62 ตรี, ม. 69 พ.ร.บ.การประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 พ.ศ.2515 ข้อ 2, ข้อ 3, ข้อ 4, ข้อ 5 ป.อ. ม. 91ความผิดฐานใช้วัตถุระเบิดทำการจับปลาและความผิดฐานมีปลาที่ได้จากการใช้วัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองเพื่อการค้ากฎหมายบัญญัติไว้คนละมาตรากัน และแยกการกระทำออกได้เป็นสองตอนต่างกรรมต่างวาระกัน แม้จะเป็นการกระทำต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม ต้องถือว่าเป็นการกระทำผิดสองกรรมจะต้องเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2525 จำเลยที่ 1 ได้ทำการควบคุมเรือยนต์ประมงและควบคุมเครื่องจักรเรือยนต์ดังกล่าวขณะแล่นไปในทะเล โดยไม่มีประกาศนียบัตรแสดงว่ามีความรู้สมควรที่จะกระทำการควบคุมได้ และจำเลยทั้งห้ากับพวกที่หลบหนีได้ร่วมกันใช้วัตถุระเบิดทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำในทะเล โดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง กับร่วมกันมีปลาสดชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำโดยรู้ว่าได้มาโดยการใช้วัตถุระเบิดทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำจำนวน 300 กิโลกรัมไว้ในครอบครองของจำเลยเพื่อการค้า โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฯลฯ พระราชบัญญัติการประมง ฯลฯจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฯข้อหาตามพระราชบัญญัติการประมงฯ จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำเลยที่ 1ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ และลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติการประมงฯ โดยเรียงกระทงลงโ