ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2549

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2549นางสุรีย์ โสภณโภไคยโจทก์นายเฉลิมพล ฤทธิรงค์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 4 (1), ม. 7 (2), ม. 15 วรรคท้าย, ม. 302 วรรคหนึ่ง, ม. 302 วรรคท้ายคำฟ้องของโจทก์เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีของศาลแพ่งซึ่งออกหมายบังคับคดีส่งไปให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีบังคับคดีแทน จำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะดำเนินการไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง กรณีจึงต้องด้วยบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ประกอบมาตรา 15 วรรคท้ายและมาตรา 302 วรรคหนึ่งและวรรคท้าย โดยโจทก์จะต้องเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีคือศาลแพ่งหรืออาจยื่นต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดีและบังคับคดีแทนเท่านั้น โจทก์จะนำคดีมาฟ้องที่ศาลแพ่งธนบุรีโดยอ้างเหตุจำเลยทั้งสามมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หาได้ไม่ เพราะบทบัญญัติแห่งมาตรา 4 ดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 7 ศาลแพ่งธนบุรีจึงไม่มีอำนาจรับคดีไว้พิจารณาพิพากษาโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีประจำสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2546 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ดำเนินการบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 45418 ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นครั้งที่ 13 โดยติดจำนองไปด้วย ตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งในคดีหมายเลขแดงที่ 459/2543 ระหว่างนางสุรีย์ โสภณโภไคย โจทก์ นางนิ่มนวล พินทุโยธิน จำเลย ซึ่งส่งไปให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีบังคับคดีแทน โจทก์ได้เข้าประมูลและเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และไม่น้อยกว่าราคาสูงสุดของการประมูลในครั้งก่อน อีกทั้งไม่มีผู้คัดค้านแต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่เคาะไม้ขายทรัพย์ให้แก่โจท