ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2528

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความในศาลที่ลูกจ้างรับเงินช่วยเหลือและไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ย

หลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์รับเงินช่วยเหลือจากจำเลยและไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยอีก ไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่ตกเป็นโมฆะ

คำวินิจฉัย

สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ทำกับจำเลยไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และไม่ตกเป็นโมฆะ พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ต่อมาคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล โดยจำเลยจ่ายเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท และโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ อีก ศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอม โจทก์อุทธรณ์ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1610/2528นางสาวชลธาร แซ่หย่องโจทก์นางสาวชาลินี ศรีเจริญจำเลย ป.พ.พ. ม. 113 ป.วิ.พ. ม. 138, ม. 179, ม. 183 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีผลเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเมื่อโจทก์ทำ สัญญาประนีประนอมยอมความในศาลยอมรับเงินช่วยเหลือจากจำเลย ไปจำนวนหนึ่งแล้วโดยไม่ติดใจเรียกร้องอะไรจากจำเลยอีกจึงมีผลเป็นว่า โจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยหรือโจทก์ยอมสละข้อหานี้ โดยโจทก์ ไม่ประสงค์จะขอให้ศาลบังคับเอากับจำเลยอีกต่อไป สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงหาขัดต่อ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานอันตกเป็นโมฆะแต่อย่างใดไม่โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จ้างจำเลยเป็นลูกจ้างประจำ จำเลยให้โจทก์พักงานโดยไม่มีกำหนดเวลา จึงถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยวันนัดพิจารณาโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยยอมจ่ายเงินเป็นการช่วยเหลือแก่โจทก์ 3,000 บาท โดยได้จัดการชำระเสร็จสิ้นต่อหน้าศาล โจทก์ยินยอมรับเงินไว้ ไม่ติดใจเรียกร้องอะไรจากจำเลยอีก ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีผลเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเมื่อโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความรับเงินช่วยเหลือจากจำเลยไปจำนวนหนึ่ง