ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2430/2548นายใหญ่ กรินทะโจทก์นางทองดีหรือลักขณา อยู่โตจำเลย ป.พ.พ. ม. 533โจทก์ได้ทำสัญญายกที่ดินให้แก่จำเลยซึ่งเป็นบุตรสาว ต่อมาโจทก์ได้เรียกร้องให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินบางส่วนให้แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2540 จำเลยบันดาลโทสะพูดกับโจทก์ว่า จำเลยไม่จัดการโอนที่ดินให้โจทก์เพราะโจทก์ได้ยกที่ดินให้จำเลยแล้ว ถ้าอยากได้เก่งจริงก็ให้ไปฟ้องศาลเองเป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ขอให้ถอนคืนการให้ที่ดินพิพาทที่โจทก์ยกให้จำเลย แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นเวลาล่วงพ้นกำหนดหกเดือนไปแล้ว ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 533 วรรคหนึ่ง การจะฟ้องถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น ต้องฟ้องภายในกำหนดหกเดือนนับแต่เหตุประพฤติเนรคุณได้ทราบถึงบุคคลผู้ชอบที่จะเรียกถอนคืนการให้คดีของโจทก์จึงขาดอายุความโจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2516 โจทก์ได้ทำสัญญายกที่ดิน ส.ค. 1 เลขที่ 26 ให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรสาว โดยแท้จริงโจทก์ต้องการยกให้เพียง 11 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 3 ไร่ ทางฝั่งตะวันออกซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 5 ซึ่งโจทก์ครอบครองเป็นส่วนสัดจำเลยจะแบ่งแยกส่วนนี้ให้โจทก์ เมื่อเดือนตุลาคม 2540 จำเลยบันดาลโทสะพูดกับโจทก์ว่า จำเลยไม่จัดการเดินเรื่องให้เพราะไหน ๆ โจทก์ได้ยกที่ดินให้จำเลยแล้ว ถ้าโจทก์อยากได้ที่ดินส่วนที่โจทก์ครอบครองอยู่ เก่งจริงก็ให้โจทก์ไปฟ้องศาลเอาเป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ขอให้ถอนคืนการให้ที่ดิน ส.ค. 1 ดังกล่าว โดยให้จำเลยจดทะเบียนโอนคืนแก่โจทก์ หากเพิกเฉยให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย มิฉะนั้นให้จำเลยแบ่งแยกที่ดิน ส.ค. 1 ดังกล่าวตามที่โจทก์ครอบครองเป็นเจ้าของเป็นส่วนสัดต่างหาก ด้วย