ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2548กรมศุลกากร กับพวกโจทก์บริษัทพรีเชียสเอ็นจิเนียริ่ง เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 4 วรรคสอง, ม. 328, ม. 329 ป.รัษฎากร ม. 89/2 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 112 จัตวา วรรคสามตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 112 จัตวา วรรคสาม กำหนดให้เงินเพิ่มถือเป็นเงินอากร และตาม ป.รัษฎากรฯ มาตรา 89/2 กำหนดให้เงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเพิ่มดังกล่าวจึงมิใช่ดอกเบี้ยหรือค่าฤชาธรรมเนียมตาม ป.พ.พ. มาตรา 329 วรรคหนึ่ง และมาตราดังกล่าวก็มิใช่บทกฎหมายใกล้เคียงที่จะนำมาปรับใช้แก่คดีนี้ โจทก์จึงไม่อาจนำเงินค้ำประกันมาหักชำระหนี้เงินเพิ่มก่อน กรณีเป็นเรื่องลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย หนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกันหนี้สินรายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้ย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง โจทก์ต้องนำเงินค้ำประกันมาชำระค่าอากร และภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินอากรขาเข้า เงินเพิ่มอากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมเป็นเงิน 455,676.90 บาท แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มอากรในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของเงินค่าอากรค้างชำระจำนวน 104,590 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินเพิ่มค่าอากรและเงินเพิ่มค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินรวม 389,834 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 มีหนังสือแจ้งการประเมินให้จำเลยชำระอากรขาเข้าและภาษีมู