ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2528

ประเด็นกฎหมาย

ข้อบังคับที่กำหนดให้นายจ้างต้องให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบผลงาน ไม่ได้บังคับลูกจ้างให้ต้องลงชื่อ การไม่ลงชื่อจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือขัดคำสั่ง การ

หลักกฎหมาย

ข้อบังคับที่ใช้คำว่า 'นายจ้างต้อง' และ 'ให้' ลูกจ้างลงชื่อ เป็นข้อบังคับที่กล่าวถึงด้านนายจ้างแต่ฝ่ายเดียว ไม่ได้บังคับลูกจ้างให้ต้องลงชื่อ การไม่ลงชื่อจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย การเลิกจ้างโดยอาศัยเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชำระค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดพร้อมดอกเบี้ย และค่าจ้างค้างชำระระหว่างถูกพักงานแก่โจทก์ที่ 3

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ข้อบังคับของจำเลยกำหนดเกณฑ์ทำงานขั้นต่ำและให้จำเลยมีสิทธิตักเตือนและให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบผลงาน โจทก์ทั้งสิบเอ็ดทำงานต่ำกว่าเกณฑ์และไม่ยอมลงชื่อรับทราบสรุปผลงาน จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างว่าโจทก์ขัดคำสั่ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2528นางสำราญ เอมดิษฐ์ กับพวกโจทก์บริษัทวิเชียรพาณิชย์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 113 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47ข้อบังคับของบริษัทจำเลยกำหนดว่า ลูกจ้างไม่พึงทำงานต่ำกว่า เกณฑ์ทำงานขั้นต่ำแต่ละวัน หากลูกจ้างคนใดทำงานต่ำกว่าเกณฑ์จำเลยมีสิทธิตักเตือนให้ปรับปรุงการทำงานให้บรรลุเป้าหมายและมีสิทธิให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบผลงานและรับทราบการตักเตือนซึ่งอาจเป็นการตักเตือนให้ปรับปรุงการทำงาน หรือตักเตือนเพื่อเป็นการลงโทษแล้วแต่กรณีเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดดังกล่าวอยู่ในวิสัยของลูกจ้างทั่วไปกระทำได้เพราะไม่ปรากฏว่ามีลูกจ้างอื่นทำไม่ได้ นอกจากโจทก์ทั้งสิบเอ็ดเป้าหมายของเกณฑ์ขั้นต่ำหรือวัตถุประสงค์ของจำเลยที่จะให้ลูกจ้างทำงานไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้จึงไม่เป็นการพ้นวิสัยไม่เป็นการขัดขวางต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานทั้งการว่ากล่าวตักเตือนลูกจ้างการให้ลงชื่อรับทราบผลงานเป็นสิทธิทั่วไปที่นายจ้างพึงกระทำต่อลูกจ้างได้ไม่ขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้การที่ โจทก์ทั้งสิบเอ็ด ลูกจ้างไม่ยอมลงชื่อรับทราบสรุปผลงานตามข้อบังคับ ของจำเลยเมื่อ ปรากฏว่าตามข้อบังคับดังกล่าวกำหนดไว้ว่า 'นายจ้าง ต้องเรียกลูกจ้างมาเพื่อทำการตักเตือนการทำงานพร้อมกับให้เซ็นชื่อ รับทราบผลงานของตนไว้ด้วย'นั้น เป็นข้อบังคับที่กล่าวถึงด้านนายจ้าง แต่ฝ่ายเดียวไม่ได้กล่าวถึงด้านลูกจ้างด้วยไม่อาจแปลได้ว่าเป็นการบังคับ ลูกจ้างจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสิบเอ็ดฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แม้จำเลยจะตักเตือนโจทก์ทั้งสิบเอ็ดแล้วก็ถือไ