ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2528นายอุเบก เริงทรัพย์โจทก์บริษัทบวรสาร จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3)โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างละทิ้งงานไปและถูกตักเตือนเป็นหนังสือซึ่งข้อความในหนังสือเตือนมีว่า โจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่การงานไป และได้รับการตักเตือนแล้ว โดยโจทก์จำเลยลงชื่อไว้หนังสือดังกล่าว มีข้อความอยู่ในตัวเองแล้วว่าจำเลยผู้เป็นนายจ้างได้แสดงความผิด ของโจทก์ให้ปรากฏว่าโจทก์ได้ละทิ้งหน้าที่การงานไปจึงเตือนให้โจทก์ ระมัดระวังสังวรณ์ ไว้ เป็นทำนองว่ามิให้ละทิ้งงานอีกจึงเป็นหนังสือเตือนของนายจ้างที่ได้ตักเตือนลูกจ้างที่ได้กระทำการฝ่าฝืนคำสั่ง โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วเมื่อโจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยผู้เป็นนายจ้างและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยค้างค่าจ้างโจทก์อีกด้วย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้าแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าจ้างค้างชำระ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและค่าชดเชย จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์ออกจากงานด้วยสมัครใจเองตลอดเวลาที่โจทก์ทำงาน โจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเรื่อยมาโจทก์ละทิ้งงานหลายครั้ง จำเลยเคยตักเตือนเป็นหนังสือแล้วโจทก์ก็ยังฝ่าฝืนอีกคือละทิ้งงานตลอดมา ครั้งสุดท้ายโจทก์ละทิ้งงานไปและออกไปจากบริษัทจำเลยอันเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรจำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และค่าเสียหายค่าจ้างค้างชำระโจทก์มีสิทธิเรียกจากจำเลยเพียง 8 วันเท่านั้น ขอให้