ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3229/2550

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3229/2550ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)โจทก์บริษัท ริมกก จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 70, ม. 272, ม. 275ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมได้อ่านคำพิพากษาตามยอมและคำบังคับให้คู่ความฟังแล้ว จึงให้คู่ความลงลายมือชื่อไว้ที่หน้าสำนวน และที่หน้าสำนวนระบุข้อความของคำบังคับไว้ว่า ให้โจทก์และจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มิฉะนั้นจะถูกบังคับคดีตามกฎหมาย โดยมีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นลงนามในฐานะเป็นผู้ออกคำบังคับ ข้อความที่ระบุไว้ที่หน้าสำนวนดังกล่าวถือได้ว่าเป็นคำบังคับแล้ว เมื่อโจทก์กับจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำพิพากษาตามยอมและคำบังคับ ย่อมถือได้ว่ามีการส่งคำบังคับไปยังจำเลยแล้ว ศาลจึงไม่จำต้องออกคำบังคับซ้ำอีก โจทก์ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี แม้ท้ายคำขอระบุยอดหนี้คำนวณถึงก่อนยื่นคำขอ 1 วัน ก็ไม่ถือว่าโจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดีผิดแผกแตกต่างไปจากคำพิพากษาตามยอม คำขอดังกล่าวชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 275คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 289,692,959.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.50 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 194,131,047.74 บาท และอัตราร้อยละ 15.75 ต่อปี ของต้นเงิน 24,846,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2541 และดอกเบี้ยอัตราที่โจทก์เรียกเก็บจากลูกค้าชั้นดีประเภทเงินกู้ (MLR) ขณะทำสัญญาเท่ากับร้อยละ 15.50 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระหนี้เสร็จสิ้น โดยให้จำเลยทั้งสองผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท และต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 หากจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั