ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2529

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2529นางสาวพรพิมล บุญทรงฤทธิโจทก์บริษัท ส.พรเจริญพืชผล จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 172บริษัทจำเลยจดทะเบียนเลิกบริษัท แล้วจดทะเบียนตั้งบริษัทส.พรเจริญโภคภัณฑ์คอนติเนตัล จำกัด ขึ้นมาใหม่ โดยใช้สถานที่ตั้งบริษัทเดิม โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลยไม่อาจรู้ได้และบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ก็ได้รับโอนโจทก์กับคนงานอื่นมาเป็นลูกจ้างโดยรับโอนอายุการทำงานมาด้วย มิได้มีการตกลงจ้างกันใหม่แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัทที่ได้จดทะเบียนตั้งขึ้นใหม่ และโจทก์ก็มุ่งประสงค์ที่จะฟ้องบริษัทที่เป็นนายจ้างของโจทก์ให้รับผิดในค่าชดเชยนั่นเอง แม้จะฟ้องในชื่อเดิมก็มิใช่เป็นเรื่องฟ้องผิดตัวโจทก์ฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 21,000 บาทแก่โจทก์บริษัท ส.พรเจริญโภคภัณฑ์คอนติเนตัล จำกัด ยื่นคำให้การว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามฟ้อง โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท ส.พรเจริญโภคภัณฑ์คอนติเนตัลจำกัด แต่ยื่นฟ้องบริษัทจำเลย จึงเป็นการฟ้องผิดตัว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยไม่ใช่ฟ้องผิดตัว เพียงแต่ฟ้องผิดชื่อเท่านั้น พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ภายใต้ชื่อที่ถูกต้องจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของจำเลยข้อที่ว่าโจทก์ฟ้องผิดตัวหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยจดทะเบียนเลิกบริษัทเดิมแล้ว จึงถือว่าบริษัทเดิมไม่มีตัวตนตามกฎหมายอีกต่อไป พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติว่า นางสมพร โชคนิธิเทศ ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท