ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3697/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3697/2542บริษัท เอทีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนลโฮเต็ล จำกัดโจทก์บริษัท ชาร์เตอร์สแคว์โฮลดิ้ง จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 18, ม. 27, ม. 67, ม. 223, ม. 227, ม. 228ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโดยอ้างว่าหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องจำเลย แต่เมื่อปรากฏว่าคดีนี้ น. ทนายโจทก์เป็นผู้ลงชื่อในคำฟ้อง แม้ในคำฟ้องจะระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้นาย ส. ดำเนินคดีแทน แต่เมื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันโจทก์เป็นผู้ลงชื่อแต่งตั้งนาย น. เป็นทนายความ พร้อมประทับตราสำคัญของโจทก์ จึงเท่ากับว่าโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยด้วยตนเอง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่รับฟ้องโจทก์แล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องโจทก์ จึงเป็นการสั่งโดยเข้าใจผิด คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อโจทก์ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งแล้ว แต่ศาลชั้นต้นไม่เพิกถอน โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาได้ตามบทกฎหมายทั่วไป หาใช่ต้องอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคท้ายไม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามข้อหาผิดสัญญาเรียกทรัพย์คืน และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2538 แต่ต่อมาวันที่ 10 มกราคม 2539 ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลรับฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้โดยหลงผิด จึงได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้รับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 และมีคำสั่งใหม่เป็นว่าไม่รับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ที่ 3 ออกจากสารบบความ และยกคำแถลงขอประกาศหนังสือพิมพ์ของโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งตามราย