ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2527

ประเด็นกฎหมาย

เอกสารที่เป็นเพียงคำรับสารภาพของลูกจ้างและบันทึกการตักเตือนด้วยวาจา ไม่ถือเป็นคำเตือนเป็นหนังสือตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47

หลักกฎหมาย

เอกสารที่เป็นเพียงคำรับสารภาพของลูกจ้างและบันทึกการตักเตือนด้วยวาจา ไม่ใช่คำเตือนเป็นหนังสือตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) และเมื่อนายจ้างลงโทษทางวินัยด้วยการตักเตือนด้วยวาจาไปแล้ว จะยกเอาการกระทำเดียวกันมาลงโทษเลิกจ้างอีกไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างกระทำผิด 2 ครั้ง (นอนหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่ และดื่มสุราแล้วเมาอาละวาด) นายจ้างตักเตือนด้วยวาจาและให้ลูกจ้างลงชื่อในเอกสารรับสารภาพและบันทึกการตักเตือนด้วยวาจา ต่อมานายจ้างเลิกจ้างโดยอ้างการกระทำดังกล่าว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2527นายแสงมณี โพยนอกโจทก์บริษัทโรงงานพิมพ์ย้อมผ้าไทย(1980) จำกัด กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47เอกสารที่เป็นแต่เพียงคำรับสารภาพของลูกจ้างว่าได้กระทำผิดอย่างใดมาแล้วโดยมีบันทึกแสดงเป็นหลักฐานว่าได้มีการตักเตือนด้วยวาจาจากผู้บังคับบัญชาด้วยเท่านั้นไม่ใช่คำเตือนเป็นหนังสือตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(3) เมื่อการตักเตือนด้วยวาจาเป็นโทษทางวินัยอย่างหนึ่งตามระเบียบของนายจ้างดังนั้นการที่ลูกจ้างกระทำผิดและนายจ้างลงโทษโดยการเตือนด้วยวาจาไปแล้วนายจ้างก็จะยกเอาการกระทำเดียวกันนี้มาลงโทษเลิกจ้างลูกจ้างอีกไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้รับกระทำผิด ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้มีคำสั่งให้จำเลยรับโจทก์ เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิมเสมือนมิได้มีการเลิกจ้าง และให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทุก ๆ เดือนจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ถ้าจำเลยไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ขาดประสิทธิภาพในการทำงาน ดื่มสุรา เมาอาละวาดภายในบริเวณโรงงานและหลับนอนในขณะปฏิบัติหน้าที่หลายครั้ง และกระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) และ (3)และข้อบังคับระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน และคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายจงใจทำให้บริษัทเสียหาย ซึ่งจำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่าค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพา