ปัญหาว่าศาลมีอำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งมิได้เป็นคู่ความแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทได้หรือไม่
ศาลไม่สามารถบังคับบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดีได้ และหากโจทก์สามารถจัดการเรื่องดังกล่าวได้เอง ศาลก็ไม่ควรสั่งการดังกล่าว
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาท แต่ไม่ได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินเป็นจำเลยด้วย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2527นายคูณ หรือคูน มานุช กับพวกโจทก์นางอรสา ทองเหลือจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 246, ม. 247 ป.ที่ดิน ม. 62, ม. 78 กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ข้อ 8โจทก์มิได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินเป็นจำเลยด้วยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันนั้นเป็นการบังคับบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดีและโจทก์ก็สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้อยู่เองแล้ว จึงให้ยกคำขอของโจทก์ข้อนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 955 เดิมเป็นของนายไมหรือใบแล้วได้ยกให้โจทก์ทั้งสอง โดยไม่ได้โอนทะเบียน โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ นายไมหรือใบถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2513 ต่อมาปี 2522 ศาลจังหวัดอุบลราชธานีได้มีคำสั่งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายไมหรือใบ จำเลยกระทำการแบ่งปันที่ดินดังกล่าวของโจทก์ทั้งสองทั้งที่จำเลยทราบว่าที่ดินเป็นของโจทก์แล้ว เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 955 เป็นของโจทก์ทั้งสองให้เจ้าพนักงานทะเบียนจังหวัดทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี แก้ทะเบียนโฉนดดังกล่าวเป็นชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ให้เพิกถอนคำสั่งศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายไมหรือใบ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบุตรนายพุทธา นางปุ่น นายพุทธาเป็นบุตรนายไมหรือใบ นายไมหรือใบถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ นายพุทธาได้เข้าครอบครองที่พิพาท หลังจากนายพุทธาถึงแก่กรรม นางปุ้นมารดาได้ครอบครองต่อมาโจทก์ที่ 1