ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2527

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเนื่องจากอ้างว่าลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง แต่ไม่ปรากฏข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน และการกระทำของลูกจ้างมีเหต

หลักกฎหมาย

การจะปรับว่าลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรงต้องมีข้อบังคับหรือระเบียบที่ชัดเจน และต้องพิจารณาเฉพาะการกระทำนั้น โดยไม่นำความผิดครั้งก่อนมาประกอบ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างเป็นพนักงานขับรถส่งของ หลังจากส่งของแล้วไม่นำรถกลับเพราะทางราชการห้ามรถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลา 16-18 นาฬิกา โดยได้ให้พนักงานยกของเฝ้ารถไว้และโทรศัพท์แจ้งนายจ้าง นายจ้างอ้างว่าลูกจ้างละทิ้งหน้าที่และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่ไม่ปรากฏข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน และลูกจ้างไม่เคยถูกตัก

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2527นายเกษม จงงดงามโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงพิมพ์นิยมกิจจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47(3)เมื่อไม่ปรากฏว่าข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ของนายจ้างเป็นอย่างไร การจะปรับว่าการกระทำของลูกจ้าง เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีร้ายแรงย่อมปรับไม่ได้ดังนั้นการที่ลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขับรถให้พนักงานยกของเฝ้ารถไว้แล้วโทรศัพท์บอกนายจ้างว่าตนจะไม่นำ รถกลับเพราะทางราชการห้ามมิให้รถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลานั้น เป็นเหตุผลอันสมควรสำหรับลูกจ้างจะถือว่าการละทิ้งรถ ในลักษณะนี้ เป็นกรณีที่ร้ายแรงยังไม่ได้ การที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่นั้น จักต้องพิจารณาจากการกระทำนั้น โดยเฉพาะจะนำเอาความผิดครั้งก่อนๆมาพิจารณาประกอบแล้วถือว่าการกระทำครั้งหลังเป็นกรณีที่ร้ายแรงหาชอบไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำเป็นพนักงานขับรถส่งของจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นการบอกเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายกับให้ชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขับรถส่งของแล้วไม่ยกของลงจากรถส่งให้แก่ผู้รับตามหน้าที่กับละทิ้งหน้าที่ คือ โจทก์ขับรถส่งของเสร็จแล้วไม่นำรถกลับโรงงาน กลับละทิ้งรถไว้ จำเลยต้องนำรถกลับเอง เป็นการบกพร่องต่อห