ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2527

ประเด็นกฎหมาย

การรับจ้างเฝ้าไม้หวงห้ามที่ลักลอบตัด ถือเป็นการครอบครองไม้หรือเป็นเพียงผู้สนับสนุน

หลักกฎหมาย

ผู้ที่รับจ้างเฝ้าไม้หวงห้ามที่ลักลอบตัด โดยมิได้เป็นเจ้าของไม้ และถูกจับขณะเฝ้าไม้ ถือไม่ได้ว่าเป็นผู้มีไม้ไว้ในครอบครองอันต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ แต่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายจ้างซึ่งเป็นผู้มีไม้ไว้ในครอบครอง จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 3 และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 3 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จำคุก 1 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกจับขณะเฝ้าไม้หวงห้ามของกลางในป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยให้การรับว่าไม้เป็นของนายศักดิ์ จำเลยรับจ้างเฝ้าเพื่อรับค่าจ้าง จำเลยเป็นคนยากจน มิได้เป็นเจ้าของไม้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 86
  • มาตรา 69 พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่
  • มาตรา 69 พระราชบัญญัติป่าไม้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2527พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายประภาส ครองสมบัติจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 69 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2522 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 ป.อ. ม. 86จำเลยทราบว่าไม้หวงห้ามของกลางเป็นไม้ที่มีคนลักลอบตัดแต่มิได้เป็นเจ้าของไม้ของกลาง เพียงแต่รับจ้างเฝ้าเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับค่าจ้างเท่านั้นและจำเลยถูกจับขณะที่เฝ้าไม้หวงห้ามของกลางอยู่ ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีไม้ของกลางไว้ในความครอบครองอันจะต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ แต่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายจ้างซึ่งเป็นผู้มีไม้ไว้ในความครอบครองจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86โจทก์ฟ้องใจความว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2524 เวลากลางวันจำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ จำเลยกับพวกที่ไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันทำไม้โดยทำการตัดฟันและเลื่อยไม้รัง ที่ในบริเวณป่าเชียงดาวซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้ทำการแปรรูปไม้หวงห้ามขึ้น 1 โรง ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้กับร่วมกันที่ไม้รังท่อนยังมิได้แปรรูป จำนวน 13 ท่อนปริมาตรเนื้อไม้ 3.32 ลูกบาศก์เมตร ไม้พลวงท่อนยังมิได้แปรรูป จำนวน 16 ท่อน ปริมาตรเนื้อไม้ 6.88 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย ในวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้ดังกล่าว กับยึดได้เครื่องสูบน้ำดัดแปลงขนาด 4 แรงม้า 1 เครื่อง เลื่อยวงเดือน 1 ปื้น สายพานเครื่องยนต์ 1 สาย ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร 1 ใบ เหล็กแกน 2 อัน ซึ่งเป