การใช้สร้อยคอทองคำเป็นเครื่องประดับสมควรแก่ฐานานุรูปหรือไม่
การที่จำเลยมีรายได้ประมาณเดือนละ 40,000 บาทขึ้นไป มีภาระเลี้ยงดูน้องชายคนเดียว และเคยเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง การใช้สร้อยคอทองคำราคาหนึ่งแสนบาทเศษเป็นเครื่องประดับจึงสมควรแก่ฐานานุรูป
พิพากษายืน
จำเลยมีหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจไพศาลกลการ และห้างหุ้นส่วนจำกัดนครชัยเฟอร์นิเจอร์ รับจ้างตบแต่งสถานที่ มีรายได้รวมประมาณเดือนละ 40,000 บาทขึ้นไป จำเลยมีภาระเลี้ยงดูน้องชายคนเดียว และเคยเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2527พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายธีระ เจนวัฒนาเวชจำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม. 24 พ.ร.ฎ.ควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2485 ม. 5 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องอนุญาตให้นำหรือส่งเพชรพลอยฯ ข้อ 2จำเลยมีหุ้นในห้างหุ้นส่วนหลายแห่ง และยังมีอาชีพรับจ้างตบแต่งสถานที่ มีรายได้รวมทั้งหมดประมาณเดือนละ 40,000 บาท การที่จำเลยใช้สร้อยคอทองคำราคาหนึ่งแสนบาทเศษเป็นเครื่องประดับร่างกายจึงพอสมควรแก่ฐานานุรูปโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2523 เวลาประมาณ 18.30 นาฬิกาจำเลยพยายามลักลอบเอาทองคำซึ่งทำเป็นสร้อยสวมคอขณะจะเดินทางไปประเทศฮ่องกง หนัก 381.1 กรัม ราคา 129,030.30 บาท อันเป็นของต้องกำกัดและยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพตรวจค้นพบเสียก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ฯลฯ พระราชกฤษฎีกาควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2485 มาตรา 5 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 3, 24 ริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามฟ้อง ปรับ 344,080.30 บาทเฉพาะสร้อยคำทองคำของกลางให้ริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยใช้สร้อยคำทองคำของกลางเป็นเครื่องประดับ เป็นการสมควรแก่ฐานานุรูปหรือไม่ ตามที่จำเลยนำสืบฟังได้ว่าจำเลยมีหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจ