ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อเท็จจริงว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ และการรอการลงโทษเป็นการใช้ดุลพินิจในปัญหาข้อเท็จจริง

หลักกฎหมาย

ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องวินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน การรอการลงโทษเป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมาย

คำวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยให้การรับสารภาพแต่ขอสืบพยานว่าได้นำเงินตามเช็คไปชำระให้โจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน และรอการลงโทษ โจทก์ฎีกาว่าการรอการลงโทษเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527ธนาคารมหานคร จำกัดโจทก์นายกิติรัตน์ สวัสดิภักดีจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ป.อ. ม. 78 ป.วิ.อ. ม. 218ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัย ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิดโดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ โจทก์ฎีกาว่าเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย แต่มิได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 3 จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ขอสืบพยานว่า หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว จำเลยได้นำเงินตามเช็คไปชำระให้โจทก์เรียบร้อยแล้วโดยโจทก์ยอมรับว่าเป็นการชำระหนี้ตามเช็คพิพาทและจะดำเนินการถอนคดีให้แต่แล้วก็กลั่นแกล้งจำเลย โดยนำคดีมาบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ในคดีอื่น ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497(3)โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน และรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาใ