อำนาจของสหภาพแรงงานในการตกลงแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และผลของข้อตกลงที่ไม่นำค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด
สหภาพแรงงานมีอำนาจตามมาตรา 98(1) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ในการตกลงแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในการเจรจาข้อเรียกร้องข้ออื่นในคราวเดียวกันได้ และข้อตกลงที่ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น การไม่นำค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด ไม่มีผลผูกพันลูกจ้าง
จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จแก่โจทก์ แต่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มแก่โจทก์ตามฟ้อง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรกกำหนดให้จ่ายเงินบำเหน็จแก่ลูกจ้างที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดถึงขั้นไล่ออก ต่อมามีข้อตกลงเพิ่มเติมกำหนดให้ไม่จ่ายเงินบำเหน็จกรณีเลิกจ้างเนื่องจากขาดงานมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและได้ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว และสหภาพแรงงานตกลงกับนายจ้างไม่ให้นำค่าครอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3673/2527นายวรเวทย์ วิชญวิศิษฏ์กุล กับพวกโจทก์บริษัทเทยินโพลีเอสเตอร์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 224 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 13, ม. 20, ม. 98 (1) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 2, ข้อ 31, ข้อ 34, ข้อ 39, ข้อ 42กรณีที่สหภาพแรงงานและนายจ้างต่างแจ้งข้อเรียกร้องฝ่ายละหลายข้อ ซึ่งต้องแบ่งข้อเรียกร้องเจรจากันเป็นคราวๆไปแม้ในการเจรจาคราวแรกจะตกลงกันได้และทำเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วก็ตาม แต่ในการเจรจาข้อเรียกร้องข้ออื่นๆต่อมา สหภาพแรงงานก็มีอำนาจที่จะตกลงแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรกได้ ดังนั้น เมื่อข้อตกลงในการเจรจาคราวแรกกำหนดเงื่อนไขในการไม่จ่ายเงินบำเหน็จไว้ประการหนึ่ง แล้วต่อมาทำความตกลงเพิ่มเงื่อนไขในการไม่จ่ายเงินบำเหน็จอีกประการหนึ่ง อันเป็นเงื่อนไขซึ่งจะตัดสิทธิของลูกจ้างที่จะกระทำผิดในอนาคต ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของลูกจ้างทั่วไปที่ได้รับตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรกอยู่ก่อนแล้ว ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับหลังนี้จึงมีผลใช้บังคับ เมื่อค่าครองชีพเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง และกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ถือเอาอัตราค่าจ้างเป็นเกณฑ์ในการคำนวณจ่ายค่าล่วงเวลาฯ นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การที่สหภาพแรงงานตกลงกับนายจ้างว่าไม่ให้นำค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายดังกล่าว ข้อตกลงนี้จึงไม่มีผลผูกพันลูกจ้าง ลูกจ้างฟ้องเรียกดอกเบี้ยจากเงินบำเหน็จ ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดจากนายจ้างก่อนวันฟ้อง แต่เมื่อไม่ปรากฏว่านายจ้างผิดนัดเมื่อใดจึงกำหนดให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ย