ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2515
ประเด็นกฎหมาย
การเพิ่มโทษและลดโทษตามมาตรา 54 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เมื่อส่วนของการเพิ่มเท่ากับส่วนของการลด ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่เพิ่มไม่ลดได้ และการกักกันจำเลยในเ
หลักกฎหมาย
ตามมาตรา 54 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เมื่อส่วนของการเพิ่มเท่ากับส่วนของการลด ศาลมีดุลพินิจที่จะไม่เพิ่มไม่ลดก็ได้ และตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 ผู้ที่พ้นโทษหลังวันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับไม่ได้รับผลการล้างมลทิน
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองในผลที่พิพากษาให้กักกันจำเลย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยลักทรัพย์ของวัด จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันและพ้นจากการกักกันภายหลังวันที่พระราชบัญญัติล้างมลทินฯ ใช้บังคับ จำเลยมากระทำความผิดอีกภายใน 10 ปี ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุก 4 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งและลดโทษกึ่งหนึ่ง แต่เนื่องจากส่วนเพิ่มเท่ากับส่วนลด จึงไม่เพิ่มไม่ลด และให้กักกัน 3 ปี
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2515พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเฉลิมหรือวิชัยหรือสวงค์ เกิดพร้อม หรือเทพวานิชหรือหนูสุวรรณจำเลย ป.อ. ม. 41, ม. 54, ม. 93 พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลย และให้เพิ่มโทษตามมาตรา93 กึ่งหนึ่งกับลดโทษตามมาตรา 78 กึ่งหนึ่ง ดังนี้ส่วนของการเพิ่มเท่ากับส่วนของการลด ศาลมีอำนาจใช้ ดุลพินิจเห็นสมควรไม่เพิ่มไม่ลดโทษที่กำหนดไว้นั้นได้ ตามมาตรา 54 ประมวลกฎหมายอาญา จำเลยไม่อาจอ้างได้ว่าส่วนของการเพิ่มน้อยกว่าส่วนของการลด ถ้าหากเพิ่มโทษ เสียก่อนแล้วลดในภายหลังจำเลยพ้นจากการกักกันภายหลังวันที่ 13 พฤษภาคม 2500ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติล้างมลทินฯ ใช้บังคับย่อมไม่ได้รับผลการล้างมลทินตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จำเลยอาจถูกพิพากษาให้กักกันในฐานที่เป็นผู้เคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้วได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ เพิ่มโทษและกักกันจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 93 และ 41 โดยกล่าวฟ้องว่า จำเลยลักพระพุทธรูป 4 องค์ รวมราคา 300 บาท ของวัดประชาระบือธรรมนิติบุคคล ไปจากแท่นที่บูชาบนหอสวดมนต์ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 6 เดือน ฐานรับของโจร จำเลยพ้นโทษแล้วภายในเวลา 3 ปี กลับมากระทำผิดคดีนี้อีกไม่เข็ดหลาบขอให้เพิ่มโทษจำเลย และจำเลยเคยต้องคำพิพากษาของศาลอาญาให้กักกันมาแล้วตามประวัติแจ้งโทษท้ายฟ้อง ภายในเวลา 10 ปี กลับมากระทำความผิดในคดีนี้ ไม่เข็ดหลาบ ขอให้พิพากษากักกันจำเลยจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ทำผิดจริงตามฟ้อง ข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษตลอดจนกักกันก็รับว่าเป็นความจริง แต่ในกรณีเคยต้องกักกันมาแล้วนั้น จำเลยได้รับการลบล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พ