ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2515

ประเด็นกฎหมาย

การถอนฟ้องของผู้เสียหายในคดีความผิดต่อส่วนตัวเพื่อเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ไม่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 36(3) พนักงานอัยการจึงมี

หลักกฎหมาย

การถอนฟ้องของผู้เสียหายในคดีความผิดต่อส่วนตัวที่จะตัดสิทธิพนักงานอัยการฟ้องคดีนั้นใหม่ได้ ต้องเป็นการถอนฟ้องไปเป็นการเด็ดขาด การถอนฟ้องเพื่อเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการไม่ใช่การถอนฟ้องตามความหมายแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 36(3)

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้เสียหายฟ้องจำเลยในคดีความผิดต่อส่วนตัวแล้วขอถอนฟ้องเพื่อเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการที่ฟ้องจำเลยคนเดียวกันในคดีเดียวกัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้อง ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยอีก จำเลยต่อสู้ว่าพนักงานอัยการไม่มีสิทธิฟ้องเพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 36

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2515พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายบุญจันทร์ อินทนิล ที่ 1 นางทองม้วน อินทนิล ที่ 2จำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. ผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวแล้วได้ถอนฟ้องเสีย การถอนฟ้องนี้จะตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่ต่อเมื่อเป็นการถอนฟ้องไปเป็นการเด็ดขาดถ้าถอนฟ้องเพื่อจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการเมื่อพนักงานอัยการฟ้องจำเลยในคดีเรื่องเดียวกันนั้น ไม่เป็นการถอนฟ้องตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36(3) พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องคดีนั้นใหม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2497 มาตรา 3จำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่า ผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา และได้ขอถอนฟ้องไปแล้ว พนักงานอัยการไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้อีก เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์ โจทก์แถลงว่าผู้เสียหายในคดีนี้เคยฟ้องจำเลยว่ากระทำความผิดอันเดียวกันกับโจทก์ฟ้องคดีนี้ ตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ 2685/2513 ผู้เสียหายได้ขอถอนฟ้องไปเพื่อเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยกล่าวว่าพนักงานอัยการจะฟ้องจำเลยทั้งสองอีกไม่ได้ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36(3)โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา"ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า การที่ผู้เสียหายได้ยื