การเข้าไปในบ้านเพื่อเจรจาเรื่องที่มีข้อตกลงติดพันกัน ถือว่ามีเหตุอันสมควรหรือไม่ และการขู่เข็ญจะทำร้ายร่างกายเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรื
การเข้าไปในบ้านเพื่อเจรจาเรื่องที่มีข้อตกลงติดพันกัน ถือว่าเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควร ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก และการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขู่เข็ญจะทำร้ายร่างกาย แสดงเจตนาทำร้ายร่างกายเท่านั้น ไม่ใช่การรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์ และคืนอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางแก่จำเลย
จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเพื่อพูดถึงการรื้อบ้านซึ่งปลูกในที่ดินที่ผู้เสียหายตกลงขายคืนให้จำเลย และจำเลยถือปืนขู่ว่าจะยิงผู้เสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2515พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายลี สุระการจำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเพื่อพูดกับผู้เสียหายถึงการรื้อบ้านของผู้เสียหายซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินที่ผู้เสียหายกับจำเลย ตกลงกันให้จำเลยซื้อคืน ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยเข้าไปโดย ไม่มีเหตุอันสมควรโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหาย และใช้ปืนบังคับขู่ว่าจะยิงทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของ ผู้เสียหายโดยปกติสุข ดังนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจะถือว่าจำเลยกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นโอโตเมติคขนาด 7.65บุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายชาย อินทร์สุวรรณ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเข้าไป และใช้อาวุธปืนบังคับขู่ว่าจะยิงทำร้ายร่างกายนายชายอินทร์สุวรรณ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของนายชาย อินทร์สุวรรณ โดยปกติสุข เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืนและกระสุนปืน 6 นัด ซึ่งจำเลยใช้ในการทำผิดดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 และสั่งริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(1) และ (2) ให้จำคุก 2 ปี ของกลางให้ริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า โจทก์มีคำผู้เสียหายและนางชู อินทร์สุวรรณ เป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า จำเลยได้ขึ้นไปบนบ้านผู้เสียหาย เกิดเหตุแล้วผู้เสียหายได้ไปแจ้งความต่อนายสังข์ แก้วเกิดเคน ผู้