ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1963/2515

ประเด็นกฎหมาย

การยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวนักโทษตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 โดยอ้างว่ามีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2514 มาตรา 5(จ) แต่ยังไม่ไ

หลักกฎหมาย

การยื่นคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 90 โดยอ้างว่าถูกคุมขังโดยมิชอบเนื่องจากมีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2514 แต่ยังไม่ได้รับการปล่อย ต้องยื่นต่อศาลแห่งท้องที่ที่เรือนจำตั้งอยู่ (ศาลจังหวัดนนทบุรี) ตามมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มิใช่ศาลที่พิพากษาคดีเดิม เพ

คำวินิจฉัย

การยื่นคำร้องของผู้ร้องต่อศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) เป็นการมิชอบ เพราะมิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่าถูกจำคุกผิดจากคำพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) อันจะพึงถือว่าเป็นกรณีในชั้นบังคับคดี ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ถูกศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) พิพากษาประหารชีวิตเมื่อปี 2503 ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้ง ลดโทษเหลือจำคุก 20 ปี และถูกคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง ต่อมามี พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2514 ภริยาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ขอให้ปล่อยตัวโดยอ้างว่าจำเลยมีสิทธิได้รับอภัยโทษต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1963/2515อัยการศาลทหารกรุงเทพโจทก์นายกังวาน วีระนนท์ ที่ 1 นายเมี้ยน ทวีวรรณ ที่ 2จำเลยนางละมูล วีระนนท์ผู้ร้อง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2514 ป.วิ.อ. ม. 22, ม. 90จำเลย (ที่ 1) ถูกศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ตัดสินให้ประหารชีวิตเมื่อ พ.ศ.2503 แต่จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษ 2 ครั้งตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2504 และ พ.ศ. 2506 ลดโทษลงเป็นจำคุก 20 ปี นับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2502 จำเลยจึงเป็นนักโทษเด็ดขาด ถูกจำคุกไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง ครั้นต่อมาได้มี พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2514 ออกใช้บังคับ ซึ่งผู้ร้องผู้เป็นภริยาจำเลยเห็นว่า ตามความในมาตรา 5(จ) จำเลยอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่ก็ยังมิได้รับการพิจารณาสั่งปล่อย ผู้ร้องจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 โดยถือว่าจำเลยถูกควบคุมโดยผิดกฎหมาย การยื่นคำร้องดังกล่าวนั้นต้องยื่นต่อศาลจังหวัดนนทบุรีตามความในมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าว ซึ่งให้อำนาจแก่ศาลแห่งท้องที่ที่ผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษอยู่ในเขตมีอำนาจออกหมายสั่งปล่อย หาใช่ศาลทหารกรุงเทพ(ศาลอาญา) ไม่ เพราะมิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่าถูกจำคุก ผิดจากคำพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา)คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2503 ให้ประหารชีวิตนายกังวาน วีระนนท์ จำเลย ต่อมานายกังวานจำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2504 และ พ.ศ. 2506 รวม 2 ครั้ง ให้ลดโทษเป็นจำคุก 20 ปี เริ่มนับโทษตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2502 ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยานายกังวานจำเลย ได้ยื